“คุนหมิง” (Kunming)

shutterstock_377407729(02)

“คุนหมิง” (Kunming) เป็นเมืองเอกของมณฑลยูนนาน โดยจะอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กล่าวกันว่าเมืองคุนหมิงเป็น “นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ” (Spring City) และตั้งอยู่ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,800 เมตร ที่นี่จึงมีอุณหภูมิเฉลี่ยระหว่าง 15-18 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปี เรียกว่ากำลังเย็นสบาย ไม่ร้อนไม่หนาวมากเกินไป อีกทั้งยังโอบล้อมด้วยขุนเขาเขียวขจี เป็นเมืองท่องเที่ยวและพักผ่อนที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

แหล่งท่องเที่ยวในคุนหมิง ได้แก่ เขาซีซาน(ประตูมังกร) หมู่บ้านชนชาติยูนนาน วัดหยวนทง จินเตี้ยน(วิหารทองสัมฤทธิ์) อุทยานป่าหิน และถ้ำจิ่วเซียง และยังมีแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A จำนวน 6 แห่ง มากเป็นอันดับ 1 ในภาคตะวันตกของจีน ได้แก่ อุทยานป่าหิน (คุนหมิง) ภูเขาหิมะมังกรหยก (ลี่เจียง) เมืองโบราณ (ลี่เจียง) เจดีย์ 3 องค์ (ต้าหลี่) สวนพฤษศาสตร์ (เขตฯ สิบสองปันนา) และอุทยานแห่งชาติผู่ต๋าช่อ (อำเภอแชงกรีล่า เขตตี๋ชิ่ง)

- เขาซีซาน(ประตูมังกร) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของเมืองคุนหมิง มีคำกล่าวไว้ว่า “หากมาเมืองคุนหมิงแล้วก็ต้องมาลอดประตูมังกรบนเขาซีซานแห่งนี้ ซึ่งเมื่อลอดแล้วฐานะจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า” เชื่อกันว่าลอดแล้วจะมีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น คิดอะไรก็จะได้สมปรารถนา มีทรัพย์สินเพิ่มพูนยิ่งๆ ขึ้นไป ถ้าขึ้นมาถึงที่นี่แล้วก็อย่าลืมเอื้อมมือขึ้นไปลูบสะดือมังกร ที่อยู่บนขอบประตูมังกร ชาวจีนเขาบอกกันว่า จุดนี้แหละเป็นจุดที่สำคัญที่สุดบนเขาซีซาน

- วัดหยวนทง วัดหยวนทงเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของมณฑลยูนนาน สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618 – ค.ศ.907) จนถึงปัจจุบัน เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,200 ปี ตั้งอยู่ที่ถนนหยวนทงเจีย เป็นอารามทางพระพุทธศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในคุนหมิง ภายในวัดตกแต่งร่มรื่นสวยงาม กลางลานมีสระน้ำขนาดใหญ่ มีสะพานข้ามไปสู่ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระ

shutterstock_331740392(02)

วัดหยวนทง shutterstock_130350293(02)

ลักษณะของวัดหยวนทงในปัจจุบันเป็นวัดในสมัยราชวงศ์ชิง เนื่องจากวัดนี้ได้ถูกทำลายในสมัยราชวงศ์หมิง และได้รับการบูรณะโดท่านนายพลอู๋ซานกุ้ยผู้เป็นคนพลิกประวัติศาสตร์จีน เป็นผู้ที่ทำให้ประเทศจีนเกิดราชวงศ์ชิง ภายในวัดที่ศักดิ์สิทธิ์และมีชื่อเสียงแห่งนี้เป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาถึง 3 นิกาย ได้แก่ นิกายมหาญาณ นิกายหินญาณและนิกายลามะของธิเบต

- อุทยานป่าหิน (คุนหมิง)อุทยานป่าหิน เป็นแหล่งรวมหินปูนรูปร่างแปลกตาที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ในพื้นที่กว่า 350 ตารางกิโลเมตรนั้น จะมีหินปูนทั้งเล็กและใหญ่เรียงรายกระจัดกระจายกันไปทั่ว เดิมนั้นบริเวณนี้เป็นหินปูนที่เกิดขึ้นใต้ผิวน้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็มีการเปลี่ยนแปลงของผิวโลก หินปูนเหล่านี้ ก็เลยได้ขึ้นมาอวดโฉมปรากฏให้ผู้คนได้เห็นจนถึงปัจจุบัน ความน่าอัศจรรย์ของธรรมชาตินั้นได้สรรค์สร้างรูปร่างที่แปลกตากมากมายให้กับหินปูนก้อนต่างๆ จุดใหญ่ๆ ที่นักท่องเที่ยวมักจะเข้าไปชมกันนั้นแบ่งออกเป็นส่วนของป่าหินใหญ่ และป่าหินเล็ก

shutterstock_183732056(02)

- ถ้ำจิ่วเซียง มีหินงอกหินย้อยรูปร่างสวยงามแปลกตามากมาย ซึ่งก็เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ และการกัดเซาะของภูเขาไฟโบราณ จนทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำ และมีหินงอกหินย้อยอย่างที่เห็นอยู่ ความน่าชมนั้นนอกจากรูปร่างที่สวยงามของตัวหินแล้ว ยังมีการจัดแสงสี สลับไปมา ทั้งเขียว แดง เหลือง น้ำเงิน ทำให้ในถ้ำจิ่งเซียงกลายเป็นอีกโลกหนึ่งที่อยู่ใต้ผืนพิภพ และที่นี่ท่านยังสามารถสัมผัสการล่องเรือชมธรรมชาติของสายน้ำที่ปากถ้ำได้อีกด้วย

- ภูเขาหิมะมังกรหยก หรือ อวี้หลงเสวี่ยซาน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเก่าลี่เจียง เป็นภูเขาสูงที่ตั้งตระหง่าน ซึ่งมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดทั้งปี ทิวเขาแห่งนี้ประกอบไปด้วยสภาพแวดล้อมต่างๆ ทั้งหุบห้วย ธารน้ำ แนวผา และทุ่งหญ้าน่าซี ทิวเขาแห่งนี้เมื่อมองจากระยะไกล จะเห็นเป็นลักษณะคล้ายมังกรกำลังเลื้อย สีขาวของหิมะที่ปกคลุมอยู่นั้นดูราวกับหยกขาว ที่ตัดกับสีน้ำเงินของท้องฟ้า คล้ายมังกรขาวบนฟากฟ้า ทิวเขาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า ภูเขาหิมะมังกรหยก JADE DRAGON SNOW MOUNTAIN นักท่องเที่ยวสามารถนั่งกระเช้าไฟฟ้า ขึ้นสู่จุดชมวิวบนยอดเขาที่ความสูงกว่า 3,356 เมตร และสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 4,506 เมตร เพื่อชมวิวทิวทัศน์และธรรมชาติบนจุดที่สวยงามที่สุด ตลอดสองข้างทางที่ขึ้นยอดเขา ชื่นชมและดื่มด่ำกับความหนาวเย็นของธรรมชาติ อีกทั้งภูเขาหิมะมังกรหยกแห่งนี้ ยังเป็นที่มาของตำนาน ชนเผ่าน่าซี ที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบแถบนี้มานานนับพันปี ทิวเขาแห่งนี้มีพัมธุ์พืชปกคลุมอย่างหนาแน่น ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ป่าจะผลิบานมีสีสันตระการตา ผู้คนจะพากันต้อนสัตว์เลี้ยง พวก แพะ แกะ และจามรีเพื่ออกมากินหญ้า

shutterstock_358179413(02)

- เมืองโบราณลี่เจียง เมืองเก่ากว่า 800 ปี ที่มีสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแตกต่างไปจากเมืองโบราณอื่นๆของจีน เนื่องจากเป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งรกรากของชาวหน่าซี หรือนาซี มาตั้งแต่สมัpโบราณ เมืองนี้ยังได้รับการขนานนามว่า “เวนิสแห่งตะวันออก” และเป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย และเมืองโบราณลี่เจียงเองก็ยังคงรักษาความงามในอดีตไว้ได้เป็นอย่างดี มีทางเดินที่ปูด้วยหินอัดแน่น อาคารไม้แบบจีนโบราณ ลำธารที่ไหลผ่านเกือบทุกหลังคาเรือน สะพานโค้งหินเก่าแก่ ต้นหลิวริมลำธาร ที่กิ่งใบลู่ไหวไปตามสายลม ถนนแต่ละสายในเขตเมืองเก่าจะมาบรรจบกันที่ตลาดสี่เหลี่ยม “ซื่อฟางเจีย” ศูนย์กลางการซื้อขายสินค้าโบราณระหว่างชนชาติฮั่นกับชนกลุ่มน้อยต่างๆ

shutterstock_453899203(02)

โชว์จางอี้โหมว shutterstock_276737114(02)

โชว์ จางอวี้โหมว shutterstock_276737042(02)

shutterstock_276737123(02)

- เจดีย์สามองค์ของเมือง ต้าหลี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองต้าหลี่ก็ว่าได้ นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเมืองต้าหลี่ ไม่ควรพลาดชมสถานที่แห่งนี้ เจดีย์สามองค์ตั้งอยู่ภายในวัด ฉงเซิ่งซื่อ ซึ่งในอดีตเป็นวัดหลวงของเจ้าผู้ปกครองเมืองต้าหลี่ ห่างจากเมืองต้าหลี่เพียง 1 กิโลเศษ เจดีย์องค์กลางมีความสูง 69 เมตร เป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยม 16 ชั้น สร้างในปี ค.ศ.823-859 ส่วนเจดีย์องค์เล็กที่ตั้งขนาบอยู่ด้านข้างนั้นมีความสูง 43 เมตร แบ่งเป็น 10 ชั้น ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 เจดีย์สามองค์ไม่ได้รับความเสียหายในคราวที่เกิดแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1925 ทั้งที่บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างในเมืองได้รับความเสียหายถึง 99% ชาวบ้านเชื่อว่าเจดีย์ทั้งสามมีความศักดิสิทธิ์ซึ่งภัยธรรมชาติไม่สามารถทำลายได้

shutterstock_107962787(2)

- อุทยานแห่งชาติผู่ต๋าช่อ (Pudacuo National Park) ตั้งอยู่ในแชงกรีลา มณฑลยูนนานนั้นประกอบด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์สองแห่งคือ ทะเลสาบปี้ถาห่ายและทะเลสาบสู่ตูหู ทิวทัศน์บริเวณนี้งดงามราวกับสวรรค์บนดิน ทั้งยังมีเรื่องเล่าขานอันน่าพิศวงมาแต่โบราณ ภายในอุทยานแห่งชาติผู่ต๋าช่อ นั้น มีทั้งทะเลสาบกลางป่าดงที่น้ำใสดุจกระจก มีทั้งลานหญ้าบนเขาสูงมีทุ่งปศุสัตว์อันอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชหญ้า มีพื้นที่ชุ่มน้ำที่ดอกไม้ป่านานาชนิดเบ่งบาน และมีป่าดงดิบอันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและนกกา ทะเลสาบน้ำจืดปี้ถาห่ายและสู่ตูหูได้รับการขนานนามว่าเป็นไข่มุกเม็ดงามแห่งที่ราบสูง

นอกจากนี้ที่ มู่บ้านวัฒนธรรมเผ่าทิเบตเสียเก่ยก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงขนบประเพณีพื้นบ้านของชาวเผ่าทิเบตอีกด้วย ในอุทยานแห่งนี้ยังมีพรรณไม้สำคัญในเขตอนุรักษ์ธรรมชาติอุทยานแห่งชาติผู่ต๋าช่อ ได้แก่ต้นฉำฉาหนาวตูมยาว (Abies georgei) , ต้นดอกอาเซเลีย , ตะไคร่น้ำ , ต้นฉำฉายูนนาน (Spruce) , ต้นสนภูเขาสูง (Mountai pine) , ต้น Sequoia , ต้นเบิร์ช เป็นต้น สำหรับพรรณพืชบนทุ่งหญ้า คือ หญ้า Humilis ส่วนพืชในน้ำที่สำคัญคือพวกหญ้า Hiangman หญ้า Light Leaf Potamogeton หญ้าหางหมาจิ้งจอก (Myriophyllum verticillatum) และหญ้าสาหร่ายดอกเหมย (Batrachium trichophyllum) เป็นต้น วนอุทยานแห่งชาติผู่ต๋าช่อ คือ แดนศักดิ์สิทธิ์ในแชงกรีลา”

- เมืองเก่าต้าหลี่ หรือตาลีฟู อาณาจักรน่านเจ้าซึ่งมีทะเลสาบหนองแส (เอ๋อไห่) เป็นเมืองที่มีทิวทัศน์งดงามและได้รับเลือกติดหนึ่งในสิบเมืองที่น่าใช้ชีวิตอยู่ที่สุดในแผ่นดินจีน สภาพที่เห็นปัจจุบันเป็นมรดกของอาณาจักรน่านเจ้าที่รุ่งเรืองอยุ่ในสมัยเดียวกัน กับราชวงศ์เหนือ-ใต้ ในช่วงศตวรรษที่ 5 และ 6 ศูนย์กลางของยูนนานได้ย้ายจากคุนหมิง มาอยู่อาณาจักรทั้งหกของชนเผ่าไป๋ทางทิศตะวันตก เมื่อถึงราชวงศ์ถัง หัวหน้าเผ่า “ผีลั่วเก๋อ” (พีล่อโก๊ะ ค.ศ. 697-748) ได้รวบรวมอาณาจักรทั้งหกไว้ด้วยกัน และสถาปนาขึ้นเป็น อาณาจักรน่านเจ้าที่แปลว่า “อาณาจักรใต้” ในช่วงค.ศ. 738-902 โดยมีเมืองต้าหลี่เป็นราชธานี ในอดีต เป็นที่ตั้งของอาณจักรน่านเจ้าและตาลีฟู ก่อนที่อาณาจักรน่านเจ้าจะก่อตั้งในปี ค.ศ.738 บรรพบุรุษของกลุ่มชนได้มีความสัมพันธ์กับราชวงศ์ฮั่น โดยเฉพาะในสมัยจักรพรรดิฮั่นหวู่ตี้ (ครองราชย์ ปีค.ศ. 140-87 ก่อนคริสตกาล) ผู้สถาปนาเส้นทางสายไหม (silk road) ได้ส่งราชทูตของราชสำนักฮั่นตะวันตกเดินทางจากนครหลวงฉางอานมาดินแดนทางใต้ ได้เดินทางผ่านมณฑลเสฉวนและยูนนาน มีวัตถุประสงค์เพื่อหาเส้นทางไปอาณาจักรเทียนจู่ (ชมพูทวีป อินเดีย) เปิดเส้นทางสู่ตะวันตกสายใต้ มีจุดแวะพักที่ต้าหลี่ ก่อนจะข้ามเขาไปยังพม่าและอินเดีย ต่อมาได้เรียกชื่อเส้นทางนี้ว่า “ฉาหม่ากู่เต้า” หรือ “เส้นทางโบราณขี้ม้าค้าใบชา” หรือ “เส้นทางสายแพรไหมตอนใต้”

- ทะเลสาบเอ๋อไห (หนองแส) อยู่ใกล้ๆกับเจดีย์สามองค์  “เอ๋อ” แปลว่า “ใบหู” ส่วน “ไห่” แปลว่า “ทะเล” ทะเลสาบแห่งนี้มีความยาวประมาณ  40 กิโลเมตร และกว้าง 3-5 กิโลเมตร แล้วแต่ช่วง จุดเด่นที่สำคัญที่ทำให้เรารู้ว่าอยู่ทะเลสาบเอ๋อไห่ นั่นคือ องค์เจ้าแม่กวนอิมอาคายา ที่สลักจากหินอ่อนต้าหลี่ สีขาวบริสุทธิ์ ประดิษฐานอยู่บนดอกบัวบนเกาะหนานเจา เอ๋อไห่ หากแสงแดดส่องในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง  น้ำในทะเลสาบจะมีสีน้ำเงินอมเขียวเข้มจางต่างกันไปในแต่ละจุด ส่วนในช่วงอากาศหนาวผิวน้ำก็จะสะท้อนเงา ที่ยอดภูเขาปกคลุมไปด้วยหิมะของทิวเขาชางซาน

- เทือกเขาชางซาน ทอดตัวขนาบกับทะเลสาบเอ๋อไห่ ทางตะวันตก เทือกเขาชางซานเป็นหนึ่งในทิวเขารอบนอกของเทือกเขาหิมาลัยซีกตะวันออก มีความสูงตั้งแต่ 3,500-4,100 เมตร จากระดับน้ำทะเล และยอดสูงที่สุด “หม่าหลง” ที่วัดได้ 4,122 เมตร จากระดับน้ำทะเล  มียอดเขารวมประมาณ 19 ยอดเขา

- พิพิธภัณฑ์ต้าหลี่ (ต้าหลี่ป๋ออู้กว่าน) เคยเป็นฐานบัญชาการของตู้เหวินซิ่วผู้นำชาวหุยก่อกบฏต่อต้านราชวงศ์ซิงในปี 1856-1873

- วัดจงเหอ (จงเหอซื่อ) เป็นจุดชมเมืองต้าหลี่กับทะเลสาบเอ๋อไห่อีกมุมหนึ่ง ทางขึ้นจะชันมาก ส่วนใหญ่จะนั่งกระเช้าไฟฟ้า และที่วัดจงเหอมีเส้นทางเดินเท้าชมธรรมชาติ 11 กิโลเมตร

- วัดกานทง (กานทงซื่อ) เป็นวัดสมัยน่านเจ้า เคยมีโบสถ์วิหารอยู่มากถึง 36 หลัง ปัจจุบันเหลือเพียงหลังเดียว ในละแวกนั้นจะมีศาลเจ้าแม่กวนอิม ตั้งอยู่กลางลานกว้างติดถนนใหญ่

- เซี่ยกวาน (เมืองต้าหลี่) มีพิพิธภัณฑ์เขตปกครองตนเองของชนเผ่าไป๋แห่งต้าหลี่ แถวๆ ท่าเรือเอ๋อไห่ สร้างในปี 1986 มีพื้นที่ประมาณ 3 เฮกตาร์ เป็นพิพิธภัณฑ์แบบสวน จุดเด่นอยู่ที่ตัวอย่างงานสถาปัตยกรรมในท้องถิ่น เครื่องสำริด โบราณวัตถุสมัยน่านเจ้า เป็นต้น

- เขาจีจู๋ (จีจู๋ซาน หรือ เขาตีไก่) สูงถึง 3,248 เมตร จากระดับน้ำทะเล อยู่ทางตอนเหนือของเมืองปินฉวน เป็นเขาศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนาสมัยที่รุ่งเรืองมีวัดเยอะมากที่สุดในสมัยน่านเจ้า

- โตรธารนู่เจียง (สาละวิน) เยื้องจากต้าหลี่ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ใกล้เขตแดนพม่า ยาว 320 กิโลเมตร ได้รับการยกย่องจากสหประชาชาติให้เป็น “แหล่งชีววิทยาที่หลากหลายที่สุดของจีน” แม่น้ำนู่เจียงเป็นแม่น้ำทางด้านตะวันตกสุดของ “แม่น้ำสามสาย” (อีกสองสายคือหลานชางกับจินซา) ที่ทอดขนานกันเกิดเป็นหุบเขาลึก ขนาบด้วยสันเขา ต้นกำเนิดแม่น้ำอยู่ในทิเบต

- ถนนพม่า อดีตมีอยู่หลายสาย จากคุนหมิงผ่านลุ่ยลี่ไปพรมแดนพม่ายาว 832 กิโลเมตร เป็นเส้นทางสายไหมของตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเส้นทางการขนส่งสินค้าจากซื่อชวนไปอินเดียกับอัฟกานิสถานเมื่อ 400 ปีก่อนคริสตกาล ถนนสมัยใหม่รัฐบาลกั๋วหมินตั่งใช้แรงงาน 200,000 คน ตัดถนนจากคุนหมิงถึงพรมแดนพม่าเป็นเส้นทางลำเลียงเสบียงในสงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 2 (ปี 1931-1945) อังกฤษเอง ก็ตัดถนนในพม่าถึงลาเชี่ยวเพื่อเชื่อมเส้นทางเข้าด้วยกัน

- เป่าซาน เลยเซี่ยวกวานมาทางตะวันตก 120 กิโลเมตร นั่งรถ 5 ชั่วโมง เป็นเมืองสุดท้ายของเส้นทางสายไหมสายใต้ของจีนมานานถึง 2,000 ปี แต่ก่อนชื่อ “หย่งชาง” มีแม่น้ำหลานชางทอดขวางก่อนถึงตัวเมือง 60 กิโลเมตร บนเขามีเจดีย์และศาลเจ้าที่สร้างบูชาจูเก๋อเหลียง (ขงเบ้ง) ผู้มากปัญญาในสามก๊ก เมื่อออกนอกเมืองมาทางใต้ 3 กิโลเมตร จะมี “สุสานวีรบุรุษของชาติ (กว๋อซางมู่หยวน)” สร้างเพื่อรำลึกถึงทหารกั๋วหมินตั่งที่ล้มตายในการต่อสู้ชิงเถิงช่งกลับคืนมาจากญี่ปุ่น

- เถิงช่ง อยู่บนความสูง 1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล จากเป่าซานประมาณ 6 ชั่วโมง

- เตี๋ยสุ่ยเหอ น้ำตกขนาด 30 เมตร ของแม่น้ำต้าอิ๋ง นอกจากนี้ยังมีภูเขาไฟถึง 97 ลูกที่บางลูกยังคุกรุ่นอยู่ น้ำพุร้อนธรรมชาติกว่า 80 บ่อ

- เย่อไห่ บ่อน้ำพุร้อนที่มีสองบ่อสำหรับแช่ และอีกบ่อสำหรับต้มไข่ มีอุณหภูมิสูงกว่า 90 องศาเซลเซียส

- สวนภูเขาไฟ (หั่วซานกงหยวน) มีจุดเด่นที่ “เขาต้าคง” ทางขึ้นเป็นบันไดตามแนวไหล่เขา ส่วนใหญ่เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว และยังสามารถเดินไป “เขาเสี่ยวคงและเขาเฮยคง” ได้อีกด้วย

- หมู่บ้านเหอซุ่นเซียง เป็นหนึ่งในสิบหมู่บ้านที่สวยงามที่สุดของเมืองจีน ห่างจากเถิงช่ง 6 กิโลเมตร ถนนปูด้วยก้อนกรวด สองข้างทางมีบ้านโบราณ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพจีนใช้ที่นี่เป็นค่ายทหาร ตึกบัญชาการใหญ่ได้ถูกดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวการต่อสู้ขับไล่ญี่ปุ่นออกจากยุนนานเป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ. 1944 โดยได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังเป็นบ้านเกิดของ “อ้ายซื่อผี” นักปรัชญาที่มีชื่อของจีน เป็นติวเตอร์ให้กับเหมาเจ๋อตุง บ้านของเขาก็ดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ด้วย

- หมางซื่อ อยู่ทางทิศตะวันตกของคุนหมิง 500 กิโลเมตร นั่งรถจากเถิงช่ง 3 ชั่วโมง เป็นเมืองเอกของเขตปกครองตนเองของเผ่าเต๋อหงไต และจิ้งผอ มีชาวฮั่นและเผ่าไตหรือจิ้งผอ(ชาวคะฉิ่นในพม่า) ส่วนใหญ่จะเรียกหลูซี แต่ชื่อสนามบินเรียก หมางซื่อ ที่นี่มีสองเมืองเช่นเดียวกับต้าหลี่ แต่ว่า เมืองเก่าและเมืองใหม่จะอยู่ติดกันไม่แยกจากกันเหมือนต้าหลี่

- รุ่ยลี่ จากเถิงช่ง 6 ชั่วโมง จากหมางซื่อแค่เพียง 2 ชั่วโมง มีความสวยงามด้านสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่กรุกระจกสีฟ้า มียอดแหลม และงานจำหลักลวดลายแบบนูนต่ำประดับบ้านไม้ไผ่ มุงหลังคาด้วยสังกะสีตามย่านตลาดสด

- ตลาดค้าหยก (จูเป่าเจีย) เป็นตลาดค้าหยกที่คึกคักที่สุดในโลก ในเมืองมีจักรยานให้ปั่น ถนนสายตะวันออกของลุ่ยลี่ตัดตรงไป “หว่านติง” หมู่บ้านชายแดนที่เคยเป็นเส้นทางลำเลียงเสบียงจากพม่ามาให้อังกฤษในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนในปลายทศวรรษ 1930 เป็นที่ตั้งของ “เจี่ยเล่อจินถ่า หรือ เจดีย์ทอง” ที่เก่าแก่กว่า 200 ปี สูง 40 เมตร ออกนอกเมืองมา 5 กิโลเมตร ไป “ห่านซ่าจ่วงซื่อ” เป็นอารามไม้ย่อส่วน ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่องค์หนึ่ง อีก 7 กิโลเมตร พบเจดีย์สีขาวตั้งอยู่บนไหล่เขา มองเห็นเขต “เล่ยจวงเซียง” ได้หมด เจดีย์ “หนงอันจินยาถ่า หรือเจดีย์เป็ดทอง” ตั้งอยู่ระหว่างเมืองลุ่ยลี่กับด่านพรมแดน เป็นเจดีย์ทรงไทยและประดิษฐานพระพุทธรูปทอง

 

เรื่องและภาพ : bebe pandaholiday team