เส้นทางสายไหม หรือ Silk Road


 

คือเส้นทางที่ใช้สำหรับทำการลำเรียงขนส่งสินค้าระหว่างประเทศจีนกับทวีปยุโรปโดยกองคาราวานอูฐ ซึ่งมีความยาว 6,437 กิโลเมตร (4,000 ไมล์) กำเนิดขึ้นใน ช่วงศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล ในสมัยราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อน ค.ศ. – ค.ศ. 220) การค้าบนเส้นทางสายไหมเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาของอารยธรรมจีน อีกทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญในการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมระหว่างจีนกับตะวันตก เส้นทางที่ผู้คนกล่าวถึงบ่อย ๆ นั้น หมายถึงเส้นทางบก
เริ่มต้นจากเมืองฉางอาน(ซีอาน) ทางทิศตะวันออก จนถึงกรุงโรมทางทิศตะวันตก

เส้นทางบกสายนี้แยกสาขาเป็นสองสาย คือ เส้นทางทิศใต้จากเมืองตุนหวงไปสู่ทางตะวันตกโดยออกทางด่านหยางกวน ผ่านภูเขาคุนหลุนและเทือกเขาชงหลิ่นไปถึงต้าเย่ซื่อ อันซิ ( อิหร่านในปัจจุบัน) เถียวซื่อ(คาบสมุทรอาหรับปัจจุบัน) ซี่งอยู่ทางตะวันตก สุดท้ายไปถึงอาณาจักรโรมัน ส่วนเส้นทางทิศเหนือจากเมืองตุนหวงไปสู่ทางตะวันตก โดยออกด่านอวี้เหมินกวน ผ่านเทือกเขาด้านใต้ของภูเขาเทียนซานและเทือกเขาชงหลิ่น ผ่านต้าหว่าน คางจวี แล้วไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ สุดท้ายเส้นทางสองสายรวมกันจึงเรียกว่า “เส้นทางสายไหมทางบก”

shutterstock_92937427

shutterstock_92937445

(02)shutterstock_122505853


แหล่งท่องเที่ยวในเส้นทางสายไหม


 

วัดถ้ำแห่งตุนหวง (Mogao Caves of Dunhuang) เป็นสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ที่มีอายุจวบจนปัจจุบันไม่น้อยกว่า 1500 ปี ที่ถูกสร้างต่อเนื่องมาจากยุคราชวงศ์ต่างๆ บนหน้าผาของเขาหมิงซา กลางทะเลทรายโกบี ห่างจากตัวเมืองตุนหวง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 25 กิโลเมตร ผาหินถูกเจาะเป็นถ้ำจำนวนทั้งสิน 492 ถ้ำภายในประกอบไปด้วยผลงานทางพุทธศิลป์มีทั้งพระพุทธรูป , จิตรกรรมฝาผนังซึ่งเป็นภาพเขียนพุทธประวัติต่างๆ ในอดีตกาล และส่วนใหญ่ของถ้ำแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาและการเมือง ในจำนวนถ้ำ 492 ถ้ำของโม่เกา (Mogao) ถ้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและอายุเก่าแก่มากรู้จักกันในชื่อ
“ถ้ำพระพุทธรูปพันองค์” การแกะสลักหน้าผาทางซีกตะวันออกของภูเขาหมิงซา รวมความยาวทั้งหมดได้ถึง 1,600 เมตร ทุกตารางนิ้วของผนังถ้ำเต็มไปด้วยภาพวาดและรูปสลักทางศาสนา และถ้ำแห่งนี้มีภาพจิตรกรรมฝาผนังกินเนื้อที่กว่า 45,000 ตารางเมตร นักโบราณคดีตะวันตกขนานนามภาพผนังแห่งนี้ว่า “ห้องสมุดบนผนัง” ประติมากรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญของทุกถ้ำ ส่วนมากเป็นพระพุทธรูป และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร มีพุทธลักษณะแตกต่างกันและงดงาม
ตามยุคสมัยของการก่อสร้าง ซึ่งสืบต่อยาวนานนับพันปี

วัดถ้ำแห่งตุนหวง (Mogao Caves of Dunhuang) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1987 และได้รับการยกย่องเป็นแหล่ง
ผลงานทางพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีนจนถึงปัจจุบัน

shutterstock_189889142

(02)shutterstock_111501836
เสียงครวญจากเนินทรา (หมิงซาซาน) หรือในอดีตสมัยราชวงศ์ฮั่นมีชื่อว่า “เนินซาเจี่ยว และ เนินทรายเทพ” เป็นกลุ่มของเนินทรายที่มีความยาวราว 40 กิโลเมตร จากทิศตะวันตก ณ หุบเขาตั่งเหอ ไปจรดยังตะวันออกที่ถ้ำหินสลักม่อเกา และมีความกว้างจากทิศเหนือจรดทิศใต้ราว 20 กิโลเมตร โดยยอดที่สูงที่สุดของเนินทรายครวญแห่งนี้นั้น มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,715 เมตร  สาเหตุที่เนินทรายแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นเนินทรายครวญ ก็เนื่องมาจากการที่เมื่อเราไถลตัวจากยอดเนินทรายลงสู่เบื้องล่างแล้ว เม็ดทรายน้อยใหญ่ณ เนินแห่งนี้จะเสียดสีและส่งเสียงออกมาอย่างน่าประหลาดใจ ในหมิงซาซานแห่งนี้ยังมีโอเอซิสที่ชื่อว่า “ทะเลสาบเดือนเสี้ยว (เย่ว์หยาเฉวียน)”

shutterstock_142192813

(02)shutterstock_162553310

ทะเลสาบเดือนเสี้ยว หรือแต่เดิมมีชื่อว่า “บ่อทรายและบ่อโอสถ” เป็นทะเลสาบ (บ่อน้ำ) รูปพระจันทร์เสี้ยว ยามเมื่ออากาศสดใส สีครามของท้องฟ้าและสีขาวของก้อนเมฆจะสะท้อนกับน้ำในทะเลสาบ ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้กลายเป็นเดือนเสี้ยวที่ส่องสว่างสุกใสในเวลากลางวัน

shutterstock_278842274

ไฮไลท์ในเส้นทางตุนหวงคือการได้ทดลองนั่งขี่อูฐเดินท่องทะเลทรายโกบี !!

เรื่องและภาพ  : bebe pandaholiday team