สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า “จีน” ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว อาจเพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีขนบธรรมเนียมที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และมีอาหารการกินที่เป็นเอกลักษณ์ อ๊ะ ๆ แต่ก่อนที่จะได้ไปท่องดินแดนมังกรก็ต้องขอวีซ่ากันซะก่อน และสำหรับคนที่กำลังจะไป “เที่ยวจีน” และกังวลในการขอวีซ่าจีนอยู่ละก็…ตามมาเลย เพราะเรามีขั้นตอนการยื่น “วีซ่าจีน” แบบละเอียดยิบ จากบันทึกการเดินทางของ คุณ KiMaLdInHo สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่หยิบเอาข้อมูลดี ๆ มาแบ่งปันกัน

อุตส่าห์รอมาเป็นปี ถึงเวลาใกล้เดินทางก็ยังต้องขอวีซ่ากันอยู่ดี…เอาเป็นว่าถ้าอยากได้ เราก็จัดให้ และเพื่อไม่ให้การขอวีซ่าเป็นเรื่องปวดหัว จึงขอรีวิวแบบละเอียด ๆ เลยนะครับ แต่ก็ยังคาดหวังว่าในอีกไม่นานจะไม่ต้องใช้วีซ่ากันนะครับ (ข้อมูลอัพเดท 09/2014)

วีซ่าจีน

วีซ่าจีน

วีซ่าจีน

ประเภทของวีซ่าจีนและค่าธรรมเนียมวีซ่าประเภทท่องเที่ยว

มีหลายประเภทครับ แต่รีวิวนี้เน้นนักเดินทางท่องเที่ยว ขอ Mention เฉพาะวีซ่าประเภทท่องเที่ยวเท่านั้นนะครับ

วีซ่าจีน

การเข้า-ออกแต่ละครั้งก็มีผลนะครับ เช่น เข้าครั้งเดียว เข้าสองครั้ง เข้าหลายครั้ง ในรอบเวลาที่กำหนด ก็เชิญเลือกตามศรัทธาและเตรียมเงินตามสะดวกครับ

ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าจีน

วีซ่าจีน

หลักฐานที่ใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่าจีน ประเภทท่องเที่ยว

วีซ่าจีน

หากยื่นพร้อมกันหลายคน ให้พริ้นท์ใบจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมตามจำนวนคน และรวมเข้ากับเอกสารของแต่ละคน

ปัญหาใบจองตั๋วเครื่องบิน

หากเดินทางข้ามประเทศด้วยรถทัวร์และยังไม่ซื้อตั๋วรถ จะใช้เอกสารอะไรแทนตั๋วเครื่องบิน ??

หลักฐานชิ้นนี้ถือว่าหินที่สุดในบรรดาหลักฐานอื่น ๆ นะครับ ผมไม่แน่ใจว่ามีเว็บไซต์ใดที่สามารถให้เรามโนจองไปก่อนแล้วยกเลิกทีหลังได้เหมือนโรงแรมหรือเปล่า ซึ่งในกรณีที่บินไปมักจะไม่มีปัญหาครับ เพราะเชื่อว่าส่วนมากเราจะซื้อตั๋วเครื่องบินกันล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน แต่ในกรณีนั่งรถทัวร์จะต้องใช้พลังกับหลักฐานชิ้นนี้เพิ่มหน่อยนะครับ หรือในกรณีที่ง่ายลงมาหน่อย หากแพลนทริปของเรามีแผนเดินทางด้วยเรือ ต่อรถ แล้วขากลับบินกลับไทย ก็สามารถแนบเฉพาะตั๋วเครื่องบินขากลับหรือขาไป ขาใดขาหนึ่งก็ได้ครับ ขอให้ระลึกเสมอว่าต้องมีหลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน

ถ้าขอวีซ่าเพื่อเข้า Shenzhen ในทริปฮ่องกง ก็ให้แนบใบจองตั๋วเครื่องบินไปกลับฮ่องกงหรือมาเก๊าเอาก็ได้ครับ โรงแรมก็มโนเอาไปสักที่หนึ่งครับ

วีซ่าจีน

**ในกรณีนั่งรถข้ามห้วย เดินทางผ่านลาว เฉียดพม่า เข้าจีน ก็ขอให้ตั้งจิตมโนไปก่อนแล้วกันว่าเราจะบินไปนะครับ เพราะจะทำง่ายกว่า ขอให้เข้าใจตรงกันว่าเราต้องมีหลักฐานครบตามที่ผมแจ้งไว้นะครับ แต่หลักฐานบางชิ้นนั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นจริง มันอาจจะเคยเป็นจริงมาก่อนก็ได้ครับ

          ปัญหาใบจองโรงแรม

ตารางทริปยังไม่ชัวร์ ไปนอนตั้งหลายคืน เที่ยวก็หลายเมือง ยังไม่อยากรีบจองโรงแรม กลุ้มใจสุด ๆ

เหมือนกันกับตั๋วเครื่องบินครับ แต่กรณีนี้ง่ายกว่าเยอะเลย หากยังไม่ต้องการจองโรงแรมแต่ต้องการยื่นวีซ่าให้ผ่านก่อน ขอแจ้งแนวทางตามนี้นะครับ

กรณีตัวอย่าง : ทริปไปคุนหมิง ต้าหลี่ ลี่เจียง แชงกรีลา 10 คืน โดยแต่ละคืนคงไม่ได้นอนเมืองเดียว ที่เดียวกันตลอดแน่ ๆ

1. เข้าเว็บไซต์ elong.net

2. ค้นหาเมืองที่จะไป โรงแรมในเมืองที่จะไป ต้องขึ้น No Credit Card Guarantee Required ให้เลือก (หมายถึงจองได้โดยไม่ต้องใช้ข้อมูลบัตรเครดิต) หากเมืองที่เดินทางไปไม่มี Filter ดังกล่าว ให้เลือกเมืองใหม่ อะไรก็ได้ ขอให้ขึ้น Filter นี้

วีซ่าจีน

3. เลือกโรงแรมที่ถูกที่สุด โดยใช้ Prices Filter ถ้าโชคดีจะเจอโรงแรมที่ราคาถูกสุด ๆ จริง ๆ ราคาประมาณ 2 หยวน ก็ยังมี

วีซ่าจีน

4. กดเลือกโรงแรมนั้นและจองห้องนั้นเลยครับ จองโลด 10 คืน ที่เดียวนี่แหละ กรอกข้อมูลไป ๆ

วีซ่าจีน

5. ป๊าดดดดดด จองปุ๊บได้บุ๊กกิ้งเลยแฮะ ยังไม่ทันได้กรอกบัตรเครดิตเลย นอกจากนี้ก็จะมีส่งข้อมูลยืนยันการจองเข้าอีเมลทันทีด้วยครับ

วีซ่าจีน

6. พริ้นท์บุ๊กกิ้งออกมาโดยฉับพลัน เอามาแนบเอกสารยื่นขอวีซ่าโลด

7. หลังจากนั้นจะมีอีเมลจาก elong มาแจ้งยกเลิกห้องพักราคาถูกสุด ๆ นั้นเอง โดยให้เหตุผลว่าเป็นห้องพักเงื่อนไขพิเศษ อะไรประมาณนี้แหละครับ ก็คิดอยู่แล้วว่าคงจั่วลมแน่ ๆ เพียงขอยืมบุ๊กกิ้งมาใช้ก่อน

อย่างไรก็ดีในกรณีที่ไม่มีอีเมลมาแจ้งยกเลิก เราควรอีเมลไปยกเลิกเขานะครับ หรือถ้าให้ดีก็สมัครสมาชิกเว็บไซต์ไปเลย แล้วไปกดยกเลิกใน Profile หลังจากดำเนินการทางวีซ่าเรียบร้อยแล้ว

**บางท่านอาจมีข้อสงสัยว่าในเมื่อเรา Filter โรงแรมที่ไม่ต้องใช้ข้อมูลบัตรเครดิตแล้ว ทำไมผมจึงยังต่อ Filter ราคาอีก อันนี้เป็นเหตุผลด้านความชัวร์ขั้นสุดส่วนบุคคลนะครับ เพราะราคาแบบนี้มักไม่มีอยู่จริง และจะโดนยกเลิกโดยอัตโนมัติตามมา หรือเผื่อพลาดพลั้งอะไรยังไงก็ยังเจ็บตัวแค่คืนละ 10 บาท (2 หยวน)

สิ่งอำนวยความสะดวกที่ห้องวีซ่า

ลืมรูปถ่าย ถ่ายเอกสารไม่ครบ ต้องกลับบ้านไหม จะทำอย่างไร ??

วีซ่าจีน

อยากไปทำวีซ่าแบบชิล ๆ ไม่ต้องการเตรียมเอกสารเยอะแยะ ก็ไปถ่ายรูปที่ห้องวีซ่าได้เลยครับ มีบริการถ่ายรูปด่วนและบริการถ่ายเอกสารครับ (ตามภาพคือมุมขวาบน)

ได้เอกสารครบแล้วกรอกผิดหรือจะกรอกใหม่ก็ไปยืนกรอกกันได้ครับ เหนื่อยนักก็มีน้ำให้ดื่ม

ชำแหละแบบฟอร์ม V.2013

รีวิวที่ผมใช้ตามรอย ใช้ฟอร์ม V.2011 ซึ่งผมตามดูในเว็บสถานทูตจีนก็ใช้ฟอร์ม V.2011 เช่นกัน เลยย่ามใจ นั่งพิมพ์เรียบร้อย ปรากฏตอนไปยื่นเจ้าหน้าที่บอกว่าเปลี่ยนฟอร์มแล้ว เลยต้องไปยืนกรอกใหม่…มือหงิก โดยแบบฟอร์มใหม่ V.2013 ก็สามารถดาวน์โหลดได้เช่นกัน และก็มีปรากฏในเว็บสถานทูตด้วย แต่ไม่ใช่หน้าที่กดจากหมวดที่ 2 การยื่นขอวีซ่าจีน

แบบฟอร์มนี้หลังจากผมกลับมาที่บ้านต้องไปกดถาม Google ดู แล้วมีลิงก์ไปที่เว็บสถานทูตจีนอีกทีหนึ่ง ให้ใช้แบบฟอร์มนี้นะครับ

http://www.chinaembassy.or.th/th/lsfw/bgxz/P020131004565461972575.pdf

วีซ่าจีน

สังเกตว่าแบบฟอร์ม V.2013 จะพิมพ์ข้อมูลไม่ได้

ชำแหละแบบฟอร์ม V.2013

ส่วนนี้ผมขออนุญาตละเอียดนะครับ เข้าใจความรู้สึกของคนที่ไม่เคยทำวีซ่ามาก่อนเลย อาจจะพะวง

วีซ่าจีน
วีซ่าจีน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน (ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณ รู้งี้ รู้งี้ รวยไปแล้ว)

กรณีที่เดินทางพร้อมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป โดยทำงานที่เดียวกันทั้งหมด ต้องใช้เอกสารรับรองจากบริษัทด้วยว่าทำงานอยู่ที่นั่นจริง

วีซ่าจีน

วีซ่าจีน

อันนี้แนะนำเลย ใครไปจีนด้วยเหตุผลการเชิญหรือทำกิจธุระ หากไม่อยากผจญกับปัญหาหลักฐานเพิ่มเติม ให้ยื่นขอเป็นแบบท่องเที่ยว (Tourism) ครับ ซึ่งจะใช้เอกสารตามที่แจ้งไปข้างต้น เพราะวันที่ไปยื่นมีหลายคนระบุไปแบบตามนั้นแล้วหลักฐานขาดเยอะครับ ดูเหมือนจะวุ่นวาย ขอยาก แต่หากไปนานและหลักฐานแน่นก็ติ๊กตามสะดวกครับ

วีซ่าจีน

วีซ่าจีน

วีซ่าจีน

วีซ่าจีน

ท่านใดเผลอตอบ YES ในข้อ 3.1-3.6 อาจมียาวได้ครับ แต่หากความจริงเป็นจริงก็พิจารณากันเองนะครับ

วีซ่าจีน

ชำแหละแบบฟอร์ม V.2013

Section สุดท้ายเป็นส่วนวัดใจครับ หลาย ๆ ท่านกรอกได้หมด แต่มางงตรงนี้เพราะมันมีเงื่อนไขมายื่นเองกับมายื่นแทน เกี่ยวข้องกันตรงนี้แหละ

สำหรับวีซ่าจีนนั้นสามารถไปยื่นแทนกันได้ โดยไม่ต้องมีหลักฐานมอบอำนาจใด ๆ

กรณีที่ 1 : เขียนแบบฟอร์มตั้งแต่อยู่ที่บ้านแล้วรวมกันมายื่นคนเดียว

มีแนวทางกรอกแบบฟอร์ม Section สุดท้ายได้ 2 วิธี

– เซ็นชื่อเจ้าของพาสปอร์ตใน Part 4 แล้ว Part 5 ปล่อยว่างไปเลยครับ

วีซ่าจีน

– ผู้ยื่นแทนเซ็นใน Part 5 แล้ว Part 4 ปล่อยว่างไปเลยครับ วิธีนี้เจ้าของพาสปอร์ตไม่ต้องลงนามใด ๆ เลย

วีซ่าจีน

กรณีที่ 2 มากรอกแบบฟอร์มที่สถานทูต โดยส่งตัวแทนมาทำแทนทุกคน

– ผู้ยื่นแทนเซ็นใน Part 5 แล้ว Part 4 ปล่อยว่างไปเลยครับ วิธีนี้เจ้าของพาสปอร์ตไม่ต้องลงนามใด ๆ เลย

วีซ่าจีน

**วิธีที่ดีที่สุดและไม่งงที่สุด คือ พวกเจ้าของพาสปอร์ตนั้นไม่ว่าจะมาหรือไม่มาก็ไม่ต้องเซ็นครับ Part 4 ปล่อยว่างไปเลย แล้วให้คนที่มาทำแทนเซ็นตูมเดียวใน Part 5 เป็นอันจบครับ วิธีนี้เป็นคอนเซ็ปต์เดียวกับพวกบริษัททัวร์ที่รับจ้างยื่นให้นั่นเอง เราไม่ต้องเซ็นอะไรแบบฟอร์มนี้เลย

การเดินทางไปสถานทูตจีน

วีซ่าจีน

หากมาทางฝั่งเซ็นทรัล พระรามเก้า ก็เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินสะดวกดีครับ ลงสถานีพระรามเก้าโผล่ออกฝั่งฟอร์จูน แล้วก็เดินมา 1 ป้ายรถเมล์จะเจอกับสถานทูตแล้วครับ หรือบางคนก็ควบแว้น 15 บาท จากฟอร์จูนก็ย่อมได้

วีซ่าจีน

ถ้าเหาะมาจากแอร์พอร์ตลิงค์แนะนำให้ควบรถเมล์ต่อมาเลยครับ ป้ายรถเมล์จะอยู่ตรงหน้าอาคารพอดีเลย

วีซ่าจีน

ถ้ามาจากรัชดาก็ลงป้ายรถเมล์รัชดาซอย 4 ร้าน SNOP แล้วเดินข้ามสะพานลอยมาก็จะเจอสถานทูตพอดิบพอดี

วีซ่าจีน

เวลาเปิด-ปิดการทำวีซ่า

วีซ่าจีน

หากมายื่นเอกสารขอทำวีซ่าให้มาไม่เกิน 11.30 น. นะครับ และโปรดเก็บบัตรคิวไว้ให้ดี ๆ หากยื่นแล้วเกิดข้อผิดพลาดต้องเอาบัตรคิวเก็บไว้กับตัวแล้วยื่นเอกสารต่อได้เลยครับ ไม่ต้องกลับบ้านนะ เจ้าหน้าที่ไม่ได้เหี้ยมครับ

รับเลขคิวกับต่อคิวยื่นขอและรับวีซ่า

หากมาถึงสถานทูตก่อน 08.30 น. ให้พิจารณาตัวเองก่อนครับว่าเรามายื่นขอวีซ่าหรือเรามารับเล่มพาสปอร์ต

วีซ่าจีน

ถ้ามายื่นขอวีซ่าก็นั่งรอต่อคิวทางด้านขวามือครับ ถ้ามารับเล่มพาสปอร์ตก็ไปนั่งทางด้านซ้ายที่เป็นกระถางต้นไม้นั่นแหละครับ เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้จัดระเบียบคิวในช่วงนี้ และรอจน 08.30 น. จึงจะพาขึ้นห้องวีซ่าได้ โดยขึ้นอย่างเป็นระเบียบครับ

ผู้ที่มายื่นเอกสารขอวีซ่าจะได้รับบัตรคิวตามลำดับเมื่อขึ้นไปที่ห้องวีซ่า

วีซ่าจีน

ส่วนผู้ที่มารับวีซ่าจะไม่ต้องรับบัตรคิว แต่ให้ไปต่อคิวชำระเงินแทนครับ

การเรียกคิวยื่นเอกสารขอวีซ่า

วีซ่าจีน

การรันคิวของที่นี่ต้องตาไวนะครับ หูแว่วก็ไม่เป็นไรเพราะรันแต่ภาพไม่มีเสียงเรียกครับ ระยะเวลาแต่ละคนถือว่าไม่นาน หากไม่มีอุปสรรคใด ๆ อะไรก็รันได้เร็ว คนละราว ๆ 1-2 นาทีเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารเรียบร้อยก็จะออกใบสีชมพูนัดวันให้เรามารับครับ

วีซ่าจีน

**หากเห็นพวกบริษัททัวร์หอบพาสปอร์ตกันมาเป็นปึก ๆ ไม่ต้องตกใจว่าเราจะรอคิวนานนะครับ ความจริงแล้วพวกนี้ไวมาก เพราะชำนาญอยู่แล้ว ที่ช้าจะเป็นพวกเรา ๆ ท่าน ๆ ที่ไปยื่นเองนี่แหละครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ยื่นขอวีซ่าจุดประสงค์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ท่องเที่ยว เช่น ไปดูงานหรือเชื้อเชิญใด ๆ มักจะติดหล่มกับหลักฐานเพิ่มเติมล้านแปดครับ

การขอวีซ่าแทนกัน

สามารถไปยื่นแทนกันได้โดยไม่ต้องมีหลักฐานมอบอำนาจใด ๆ รายละเอียดชี้แจงไปแล้วนะครับ

วีซ่าจีน

ต่อคิวยื่นชำระเงินรับพาสปอร์ตพร้อมวีซ่า

หากแค่มารับเล่มวีซ่าก็ชิล ๆ ครับ แค่อย่าลืมนำใบสีชมพูกับเงินมาจ่ายค่าธรรมเนียม รับได้สองช่วง คือ 09.00-11.30 น. กับ 15.00-16.00 น.

วีซ่าจีน

ขึ้นมาถึงห้องวีซ่าก็ตรงดิ่งไปเข้าคิวช่องในสุดเลย อย่ามัวโอ้เอ้ยืนมึนครับ คิวอาจจะยาวเป็นหางว่าว แต่ใช้เวลาไม่นาน เพราะจ่ายตังค์อย่างเดียว ยื่นใบสีชมพูแล้วจ่ายตังค์เสร็จก็จะได้ใบเสร็จ เอาใบเสร็จกับใบสีชมพูไปแลกเล่มพาสปอร์ตในช่องเบอร์ 12 ที่อยู่ข้าง ๆ กันอีกทีครับ

ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของวีซ่า

วีซ่าจีน

รับเล่มมาแล้วก็เปิดดูวีซ่าเรานิดหนึ่งนะครับ ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่

การรับพาสปอร์ตหลังวันนัด

อันนี้ผมถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนะครับ เขาบอกว่ามาหลังวันนัดได้แต่ไม่ควรนานมาก ราว ๆ 7 วัน แต่จะต้องถึงขั้นโทรไปเลื่อนนัดหรือไม่นั้น อันนี้ไม่ทราบนะครับ อาจต้องตรวจสอบอีกครั้ง

ทั้งนี้การมารับเล่มคืนใครจะมาก็ได้นะครับ จ้างวินมอเตอร์ไซค์มายังได้เลย ขอแค่มีใบสีชมพูและเงินค่าธรรมเนียมก็พอแล้วครับ

จ้างขอวีซ่า

เพื่อหลีกเลี่ยงขั้นตอนต่าง ๆ ให้บริษัททัวร์จัดการให้ เป็นทางเลือกที่ดีไม่ใช่น้อยเหมือนกันครับ ลองกดค้นหา “จ้าง ทำ วีซ่า จีน ราคา” ประมาณนี้ จะพบว่าค่าใช้จ่ายการจ้างยื่นวีซ่าประมาณ 1,300-2,000 บาท/เล่ม (ราคารวมค่าธรรมเนียมแล้ว) ลองบวกลบคูณหารค่าเสียเวลา 2 วัน อาจจะคุ้มครับ

ศูนย์อาหารใกล้เคียง

วีซ่าจีน

ทำวีซ่าเสร็จอาจจะหิวพอดี ก็ข้ามสะพานลอยมาเติมพลังกันก่อนครับ จะเจอฟู้ดคอร์ทบริการ

ข้อเสนอแนะอื่น ๆ

1. อย่าลืมพกปากกาและลิควิด รวมถึงที่เย็บกระดาษ

2. ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การไปดำเนินการวีซ่า

– ยื่นขอวีซ่า : จากการไปยื่นและรับทั้งสองวันพบว่า คิวแต่ละวันมากน้อยไม่เท่ากันเลย บอกยากครับว่าเวลาไหนดีสุด เอาเป็นว่าผมแนะนำให้ไปถึง 08.30 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เปิดให้ขึ้นไปรอคิวบนห้องวีซ่าครับ น่าจะได้คิวประมาณ 25-40 แล้วนั่งรอเริ่มเรียกคิวแรกตอน 09.00 น. น่าจะเสร็จภายใน 11.00 น. ครับ

– รับวีซ่า : ไม่ต้องเช้าเหมือนวันที่ไปยื่นครับ เพราะการรับจะไม่ซับซ้อน คิวรันไว แนะนำให้ไปถึง 09.00 น. หรือก่อนหน้านี้เล็กน้อย ขึ้นห้องวีซ่าก็จะได้ต่อแถวจ่ายค่าธรรมเนียมเลย น่าจะใช้เวลาไม่นาน อย่างของผมไปถึง 08.15 น. ยืนต่อคิวที่ 7 รับพาสปอร์ตคืนตอน 09.10 น. ครับ เท่ากับว่าขั้นตอนการชำระเงินและรับเล่ม ใช้เวลาเพียง 10 นาที แต่ผมต้องมารอตั้งแต่ 08.15 น. คิดว่าไม่ค่อยคุ้มครับ มาสายหน่อยก็ได้ สายในที่นี้หมายถึงมาในเวลาใกล้เคียงเปิดทำการ 09.00 น. ครับ

3. สรุปเหตุการณ์ดำเนินการขอวีซ่าจีน

จะใช้เวลาทั้งหมด 2 วัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากไม่มีกระบวนการทางไปรษณีย์ ใครทำงานออฟฟิศก็ลำบากหน่อย หากวันลาเหลือก็โอเค แต่ถ้าใครต้องใช้วันลาพักร้อนหรือการขาดงานส่งผลเสียหายมาก ผมแนะนำว่าควรติดต่อบริษัททัวร์ที่รับจ้างทำวีซ่าครับ

ลองคิดดูว่าเราต้องเสียเวลามายื่นและรับ 2 วัน หากจ้างยื่นเสียเพิ่มอีกราว ๆ 500 บาทบวกลบ ตกวันละ 250 บาท แลกกับเวลา 2 วัน กับการกรอกและจัดเตรียมเอกสาร ผมคิดว่าจ้างก็อาจจะคุ้มนะครับ เว้นเสียแต่ว่าเดินทางหลายคน ก็ต้องพิจารณาความคุ้มค่าเป็นกรณี ๆ ไป

การทำ Visa on Arrival ที่เซินเจิ้น : ข้อมูลแถมสำหรับคนไปฮ่องกงแล้วอยากเข้าเซินเจิ้น

นั่งรถไฟจากฮ่องกงไปลงสถานี Lo Wu ผ่าน ตม. ฮ่องกงแล้วเดินตามป้าย PORT VISA เป็นสถานที่ทำ Visa on Arrival สามารถอยู่ในเซินเจิ้นได้ 5 วัน ออกไปเมืองอื่นของจีนไม่ได้ และต้องเข้าและออกทางด่านฝั่งฮ่องกงเท่านั้นด้วย

ขั้นตอนในการทำ Visa on Arrival สามารถดูได้ที่http://www.hongkongfanclub.com/index.php?topic=30422.20 ครับ

หมดแล้วครับสำหรับรีวิวนี้ วัตถุประสงค์ คือ ต้องการให้เข้าใจขั้นตอนและกระบวนการยื่นขอวีซ่าจีน เพื่อให้ยื่นสำเร็จในครั้งเดียว ไม่เป็นการเสียเวลาทั้งกับตัวเองและเจ้าหน้าที่ด้วย ไม่ได้ต้องการให้ปลอมแปลงหลักฐานใด ๆ นะครับ ใครสามารถจองอะไรได้ล่วงหน้าแล้วยกเลิกได้ทีหลังได้ก็เชิญตามสะดวกสบายครับ เพราะการท่องเที่ยวย่อมมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมได้อยู่แล้ว การยกเลิกทีหลังจึงไม่ใช่ประเด็น แต่สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการเดินทางและไม่อยากจะสร้างเรื่องราวให้วุ่นวาย ก็ให้ไปติดต่อเอเจนซีหรือบริษัททัวร์ให้เตรียมเอกสารนั้น ๆ ให้ครับ ซึ่งจนถึงปัจจุบันนี้ผมก็ยังสงสัยว่าสิ่งนั้นไม่เรียกว่าจ้างเขาสร้างเอกสารปลอมหรืออย่างไร ??

สุดท้ายนี้ขอบคุณสำหรับการติดตามรีวิวครับ หวังเป็นอย่างยิ่งจริง ๆ ว่าจะเป็นประโยชน์ และก็หวังเป็นอย่างยิ่งสุด ๆ ว่าปีหน้าเราจะไม่ต้องมีกระบวนการขอวีซ่าสำหรับไทย-จีนกันถาวรทั้งสองฝ่ายครับ