head

ทิเบต (TIBET) หรือถู่ปอ (ในภาษาโบราณ) ภาษาจีนเรียกว่า “ซีจ้าง” ตั้งอยู่ใจกลางของทวีปเอเชียระหว่างประเทศจีนกับอินเดีย เป็นเขตปกครองตนเองพิเศษของประเทศจีน ทิเบตตั้งอยู่บนเทือกเขาหิมาลัย เป็นที่ราบสูงที่สูงที่สุดในโลก หรือเปรียบได้กับเป็นหลังคาโลก ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 1.2 ล้านตารางกิโลเมตร (ซึ่งใหญ่กว่าประเทศไทยประมาณ 2 เท่า) มีภูเขาและที่ราบสูงที่สุดในโลก จนได้รับฉายาว่า “หลังคาโลก” ทิเบตมีอากาศที่หนาวเย็นมาก และมีความกดอากาศและอ๊อกซิเจนที่ต่ำ ฉะนั้นผู้ที่จะมาเที่ยวในทิเบต จะต้องปรับสภาพร่างกายก่อน

ti3

ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 7 กษัตริย์ซงจั้นกันปู้ วีรบุรุษของชนชาติทิเบต ได้สถาปนาราชวงค์ถู่ปอขึ้นอย่างเป็นทางการและตั้งเมืองหลวงที่นครลาซา ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 13 สมัยกุบไลข่าน ราชวงศ์หยวนของชาวมองโกลที่ปกครองจีน ทิเบตได้รวมเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีนเป็นต้นมา ค.ศ. 1644 (พ.ศ 2187) ในยุคของราชวงศ์ชิง ทิเบตก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของจีน จวบจนท่านประธานเหมาได้สถาปนาประเทศจีนใหม่ขึ้นมา และได้บัญชาการให้ทหารแดงบุกเข้าทิเบตและก่อตั้ง เขตปกครองพิเศษขึ้นในปี พ.ศ 2501 ปัจจุบัน ผู้นำของชาวทิเบตคือ “องค์ทะไลลามะที่ 14 เทนซิน เกียตโซ” พระองค์ทรงเป็นประมุขแห่งพุทธศาสนานิกายมหายานแบบทิเบตเกลุกปะหมวกเหลือง

เดือนมีนาคม พ.ศ.2502 เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทิเบตที่กรุงลาซา เมืองหลวง ผู้ประท้วงชาวทิเบตจำนวนมากถูกกองทหารจีนจับกุมและสังหาร องค์ทะไลลามะต้องทรงเดินทางลี้ภัยไปอินเดีย โดยมีชาวทิเบตประมาณ 80,000 คน ติดตามพระองค์ไป และนับตั้งแต่ พ.ศ.2502 เป็นต้นมา พระองค์ประทับอยู่ที่เมืองธรรมศาลารัฐหิมาจัลประเทศ ตอนเหนือของอินเดีย

ทิเบต มีเมืองหลวงชื่อ “เมืองลาซา” ตั้งอยู่ตอนกลางของที่ราบสูงทิเบตทางเหนือของเทือกเขาหิมาลัย มีประชากรทั้งหมด 500,000 คน เมืองที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,650 เมตร เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนิกชนที่นับถือพุทธศาสนานิกายทิเบต ในเมืองประกอบไปด้วยหลายวัฒนธรรมที่สำคัญ
โดยเฉพาะศาสนสถานของศาสนาพุทธ-ทิเบต วัดที่มีชื่อเสียงของทิเบต คือ วัดโจคัง , วัดเซร่า , วัดถาเอ่อร์ (ชาวทิเบตเรียก คุมบุม)

สถานที่ท่องเที่ยวในทิเบต

พระราชวังโปตาลา (Potala Palace) ♦  ตั้งอยู่บนยอดเขาแดง บนความสูงประมาณ 300 เมตร สร้างขึ้นมาในคริสตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ ซงจ้าน กัมโป ซึ่งนับว่าเป็นศิลปะสุดยอดฝีมือ ที่สวยงามที่สุดของทิเบต พระราชวังโปตาลา เป็นอาคารสูง 13 ชั้น มีห้องต่าง ๆ เกือบ 1,000 ห้อง พระราชวังโปตาลา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือส่วนของพระราชวังสีขาว , สีแดง และส่วนเชื่อมที่เป็นสีเหลือง พระราชวังสีขาวเป็นส่วนของสังฆาวาส พระราชวังสีแดงเป็นส่วนพุทธาวาสสำหรับใช้ทำกิจของสงฆ์ และบรรจุพระศพของ องค์ดาไลลามะ และมีห้องสมุดที่ใช้สำหรับเก็บพระไตรปิฎก พระราชวังโปตาลาแห่งนี้เป็นสถานที่ที่นักมีท่องเที่ยวเดินทางมามากที่สุดของทิเบต

ti1

วัดโจคัง (Jokhang Temple) ♦ หรือชาวจีนเรียกว่า “ต้าเจ้าซื่อ” เป็นวัดที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบตและเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเขตปกครองตนเองทิเบต วัดโจคังนี้มีจุดเด่นในการนำเอาศิลปะ ของ 4 ชาติมาผสมกันคือ ทิเบต จีน เนปาลและแคชเมียร์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปตอนพระพุทธเจ้า 12 ขวบ ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระพุทธองค์และพระองค์ท่านได้ทำการปลุกเสกเบิกเนตรโดยตัวท่านเองโดยเจ้าหญิง เหวินเฉิง นำมาจากราชวงศ์ถัง เมื่อ 1,300 ปีก่อน ซึ่งได้รับการกราบไหว้และยอมรับกันอย่างมากว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

ti2

ti8cr. pixabay

วัดเซรา (Sera Monastery) ♦ หรือชาวจีนเรียกว่า “เซ่อลาซื่อ” ตั้งอยู่ทางด้านเหนือของกรุงลาซา เป็นโรงเรียนสอนลามะแห่งทิเบต สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1419 โดยพระนิกายหมวกเหลืองได้ถูกทำลายในปี ค.ศ. 1906 และได้ทำบูรณะใหม่ขึ้นใหม่อีกครั้งในภายหลัง วัดเซราตั้งอยู่ห่างจากเมืองลาซาไปทางทิศเหนือ 2 ไมล์ อารามเซราจัดเป็นวัดที่ใหญ่อันดับ 2 รองจากวัดเดรปุง มีพระอยู่ประจำมากกว่า 6,000 รูป และมีวิทยาลัยใหญ่ 3 แห่งตั้งอยู่ในวัด นอกจากนี้อารามเซรายังเป็นที่เก็บสมบัติทางพุทธศาสนา ปัจจุบันวัดนี้ถือได้ว่าเป็นที่ๆ ผู้ปกครองจะนำพาเด็กๆ มาให้พระลามะทำพิธีเจิมจมูก (ป้ายแต้มสีดำที่จมูก) เพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและสมบูรณ์

♦ ตำหนักนอร์บุหลิงฆา ♦ เป็นพระราชวังฤดูร้อนคู่กันกับพระราชวังฤดูหนาวโปตาลา ความหมายเดิมของชื่อ นอร์บุ หลิงฆา แปลว่า “สวนอัญมณี” สร้างขึ้นในช่วงหลังศตวรรษที่ 18 (ค.ศ. 1750) โดยดาไลลามะ ลำดับที่ 7 จุดประสงค์ในการสร้างก็เพื่อเป็นที่พักผ่อนในยามชรา พระราชวังแห่งนี้มี 370 ห้อง ตำหนักที่สำคัญมี 3 ส่วน รวมทั้งตำหนักของดาไลลามะ องค์ที่ 14 ที่ใช้เงินส่วนตัวสร้างขึ้นและอาศัยอยู่ 2 ปี ก่อนลี้ภัยไปอินเดีย ปัจจุบันตำหลักนอร์บุหลิงฆาได้เปิดเป็นสวนสาธารณะเพื่อเป็นที่พักผ่อนของประชาชน

♦ วัดจ๋าสือหลุนปู้ เป็น 1 ใน 6 อารามที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทิเบต มีรูปปั้นพระพุทธรูปขนาดใหญ่สูง 22 เมตร ที่ชาวทิเบตส่วนใหญ่นิยมมาทำการแสวงบุญ และในช่วงวันที่ 14 , 15 และ 16 พฤษภาคมของทุกๆ ปี ผนังของอารามจะถูกประดับไปด้วยภาพของพระพุทธเจ้ามากมาย นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม ซึ่งถือได้ว่าถือว่า เป็นผลงานชิ้นเอกของพุทธศิลปะของชาวทิเบต หากคุณต้องการจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์และสังคมของทิเบตแล้วหล่ะก็ คุณไม่ควรพลาดที่นี่ !!

♦ ทะเลสาบนามูโช่ ในภาษาทิเบตนั้นหมายถึง “ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์” พื้นที่มากกว่า30ตาราง กิโลเมตร ถูกปกคลุมไปด้วยเกลือ ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 1,900 ตารางกิโลเมตร (ใหญ่กว่ากรุงเทพซึ่งมีพื้นที่เพียง1500ต.ร.ก.ม) ทะเลสาบเกลือแห่งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ในประเทศจีน มีระดับความสูงถึง 4,718 เมตร ซึ่งเป็นระดับความสูงที่สุดในโลก น้ำของทะเลสาบที่นี่สะอาดและมีความใสมาก ในช่วงปลายศตวรรษที่ 12 เมื่อปีแกะของชาวทิเบตมาถึงเหล่าชาวพุทธก็จะทำพิธีกรรม โดยเดินไปรอบๆ ริมทะเลสาบ มีคำกล่าวไว้ว่า ถ้าคนใดได้มาทำพิธีกรรมเพียงครั้งเดียวในปีมะเมีย เขาจะมีความสุขอย่างมากไปตลอดปี ดังนั้นในแต่ละปีจะมีชาวทิเบต พระสงฆ์หรือชาวพุทธหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก กิจกรรมนี้จะดำเนินไปเป็นเวลาหลายเดือน จนถึงวันที่ 15 เมษายนในปีมะเมียของทิเบต

ti5

ti4

ยอดเขาเอเวอเรสต์ ♦ ในภาษาของทิเบตความหมายว่า “เทพธิดา” เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงถึง 8, 848 เมตร ตั้งอยู่ทางใต้ของเมือง Tingri ในภาคใต้ของทิเบต ถูกปกคลุมด้วยหิมะจำนวนมาก ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะมาเยี่ยมชมยอดเขาเอเวอเรสต์ เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ในแต่ละปีจะมีนักเดินทางจำนวนมากมาจากทั่วทุกมุมโลกเข้าเยี่ยมชมและปีน ภูเขาเอเวอเรสต์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาหิมาลัยนั้นตั้งอยู่ติดกับชายแดนทิเบต เอเวอร์เรสมีชื่อมาจากบุคคลท่านหนึ่งคือ  “Sir George Everest” ที่นี่มีอุณหภูมิถึง -100 องศาฟาเรนไฮต์

ti6cr. pixabay

ti7cr. pixabay

ทางรถไฟสายชิงไห่ – ทิเบต ♦ ภาษาจีนเรียกว่า ชิงจ้างเถื่ยลู่ มีสถานีรถไฟสูงที่สุดในโลกคือถังกู่ลา-ซาน จุดสูงสุดที่ทางรถไฟสายนี้ สูงจากระดับน้ำทะเล 5,072 เมตร เป็นเส้นทางรถไฟบนที่ราบที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวถึง 1,142 กิโลเมตร และอุโมงค์ที่ภูเขาคุนหลุน(คุนหลุนซานซุ่ยเต้า) เป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุด หน้าหนาวอุณหภูมิต่ำสุดถึง -30องศาเซลเซียส ปริมาณออกซิเจนลดถง 40% ทางรถไฟแห่งนี้อุดมด้วยสัตว์ป่านานาชนิด เช่น จามรีป่า จิ้งจอกหิมะและละมั่งทิเบตสัตว์คุ้มครองประเภทหนึ่ง วิศวกรรถไฟจีนจึงสร้างทางรถไฟยกระดับกหรือสะพานรถไฟ เพื่อไม่ให้กีดขวางเส้นทางอพยพย้ายถิ่นของสัตว์ป่า โดยทำช่องใต้สะพานไว้ให้สัตว์ลอดไปมาได้อย่างอิสระ และยังแก้ปัญหาการวางรางบนดินน้ำแข็งอีกด้วย ทางรถไฟสายชิงไห่- ทิเบต เริ่มต้นเดินทางจากเมืองซีหนิง เมืองเอกของมณฑลชิงไห่ ถึงปลายทางเมืองลาซาโดยปกติรถไฟสายนี้จะมีตั๋ว 3 แบบ คือ

- Hard Seat จะเป็นตั๋วนั่งราคาถูกที่สุด เหมาะกับการเดินทางช่วงสั้น ๆ

- Hard Sleeper จะกั้นเป็นล็อคๆ หนึ่งล็อคมี 6 เตียง ด้านละ 3 เตียง ไม่มี Personal TV

- Soft Sleeper ในหนึ่งตู้จะมี 8 ห้อง หนึ่งห้องมี 4 เตียง แต่ละเตียงจะมี Personal TV

ซึ่งจะมีราคาสูง สิ่งอำนวยความสะดวกบนรถไฟ มีตู้เสบียง ห้องอาหาร จัดให้สำหรับผู้โดยสาร ภายในตู้รถไฟ มีการปรับความดันอากาศและมีออกซิเจนไว้ให้ทุกเตียงนอน มีน้ำร้อนและเหยือกสำหรับใส่น้ำร้อน ไว้บริการตลอด 24 ชั่วโมง มีห้องน้ำสำหรับชำระร่างกาย และอ่างล้างหน้า แปรงฟันมีปลั๊กไฟสำหรับชาร์จแบตเตอร์รี่

♦ ตลาดแปดเหลี่ยมปากั้วเจีย หรือ ถนนแปดเหลี่ยม ศูนย์รวมของฝากทิเบต ตั้งอยู่หน้าวิหารโจคัง เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองลาซา ชาวทิเบตเชื่อว่าถนนแห่งนี้ เป็นเส้นทางจงกรม จากชาตินี้สู่ชาติหน้าได้ มีคำกล่าวไว้ว่า หากท่านเดินทางมาทิเบตแล้วไม่ได้มาเดินจงกรมที่นี่เปรียบเหมือนท่านไม่ได้มาสู่ทิเบต ตลาดแปดเหลี่ยมเป็นแหล่งเศรษฐกิจของทิเบต รวมทั้งเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึกมากมายเช่น พรมถัก , หมวก , รองเท้า , ผ้าประดับประตู , เครื่องเงิน , เครื่องประดับตกแต่งร่างกายที่ทำจากหิน , อัญมณี , มีดพก

ของฝากจากทิเบต

♦ ผ้าถังข่าหรือทางก้า ♦ คือภาพวาดแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็เปรียบเสมือนพระพุทธรูปนั้นเอง ชาวทิเบตไม่มีพระพุทธรูป แต่จะมีทังก้าเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า สีที่ใช้เขียนเป็นสีธรรมชาติที่ต้องสรรหาแร่ธาตุตามเทือกเขาหิมาลัย นำมาบดผสมกับยางไม้เขียนด้วยเกรียงเขาจามรี ส่วนสีทองก็จะใช้เนื้อทองคำแท้ น้ำที่ใช้ผสมสียังต้องใช้น้ำแร่ผสมกับสีธรรมชาติในการวาด แสดงให้เห็นถึงขนบทำเนียมประเพณีของชนชาติทิเบต

♦ หินทิเบต ♦ ในภาษาทิเบตมีความหมายว่าสวยงาม อำนาจ ร่ำรวย ในภาษาสันสกฤตเรียกว่าไมซีก้า (Meiziga) หินทิเบตมี 4 ชนิด ได้แก่ หินสีแดง หินสีดำ หินสีดำขาว หินสีขาวหรือสีใสลักษณะการเขียนลายบนหิน หากเป็นหินสีดำหรือสีแดง มักจะใช้ครีมสีขาวหรือครีมเขียนเป็นลายตา หากเป็นสีขาวมักจะใช้สีดำเขียนเป็นสีรอบๆแล้วให้สีขาวของเนื้อหินเป็นลายตาแทน หินทิเบตมีตั้งแต่ 1 ตา ถึง 108 ตา

- สัญลักษณ์ ลวดลายบนหินทิเบตแบ่งออกตามสัญลักษณ์ 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

  1. ความสงบสุข จะมีสัญลักษณ์เป็นรูปวงกลม หมายถึง ป้องกันความหายนะเปลี่ยนโชคร้ายกลายเป็นดีและขจัดอุปสรรค
  1. ความก้าวหน้า มีสัญลักษณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยม หมายถึง ธุรกิจรุ่งเรือง ความร่ำรวยรวดเร็วมีโชคลาภและสมปรารถนา
  1. ความสมบูรณ์แบบ มีสัญลักษณ์เป็นเส้นโค้ง หมายถึง ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สร้างความเป็นผู้นำ
  1. พลังอำนาจ มีสัญลักษณ์เป็นรูปสามเหลี่ยม หมายถึง ต่อสู้กับสิ่งชั่วร้าย ปราบภูตผีปีศาจขับไล่พลังที่ชั่วร้าย

♦ หน้ากากทิเบต ♦ เป็นศิลปะจากความเชื่อทางศาสนา ในภาษาทิเบตเรียกว่า “ปา” ในการประกอบพิธีรำส่วนใหญ่จะใส่หน้ากากแกะสลักเป็นพระพุทธเจ้าพระโพธิสัตว์ และพระสงฆ์องค์สำคัญต่าง ๆ ในทุกยุคทุกสมัย นอกจากนั้นยังมีเทพเจ้า เทวดาและผี ปีศาจของศาสนาพุทธนิกายทิเบตอีกสองนิกายคือนิกาย “ยี่ปาซี” และนิกาย “กู่เต๋อปา” หน้ากากทิเบตแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่คือ หน้ากากรำเทพเจ้า หน้ากากแขวน และหน้ากากงิ้วทิเบต

ti9

♦ พรมทิเบต ♦ เป็นผลงานศิลปะหัตถกรรมดั้งเดิมเฉพาะของชาวทิเบต มีสีสรรรูปแบบหลากหลาย โดยพรมที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ พรมของเขตเจียงจือ พรมทิเบตมีความนุ่มละเอียด สีไม่ตก ไม่ซีดจาง มีความทนทาน ควรค่าแก่การชื่นชมและเก็บสะสม

เครื่องประดับทิเบต ♦ มีไข่มุก , อาเกต , กัลปังหา , หินเทอร์ควอยซ์ , หินซีบีด (DZI)

มีดทิเบต อุปกรณ์สำคัญข้างกายของชาวทิเบต ซึ่งนอกจากจะไว้ใช้ในการแล่เนื้อสัตว์แล้ว ยังใช้สำหรับป้องกันตนเอง มีดทิเบตที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ
“มีดลาจือเตา” และ “มีดเซี่ยทงเหมินเตา” ของเขต Xigaz ด้วยค่าที่ปลอกทำจากเงินแท้และมีการแกะสลักลวดลายอย่างละเอียดปราณีตยากที่หาผู้ใดทำเลียนแบบได้

♦ สมุนไพรตังถั่งเฉ้า(หญ้าหนอน) ♦ เป็นหนึ่งในสามยาโป๊วที่ขึ้นชื่อของจีน สมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณช่วยบำรุงปอดและไต บรรเทาอาการปวดเอวและหัวเข่าบำรุงร่างกายอ่อนแอหลังพักฟื้น อาการไอเรื้อรังต่างๆ ซึ่งเป็นสมุนไพรจีนชนิดเดียวที่มีสรรพคุณในการปรับสมดุลหยินหยางในร่างกาย

การเตรียมตัวก่อนเดินทางไปทิเบต

❖ สำหรับคนไทยที่ต้องการเดินทางเข้าทิเบตจะต้องยื่นคำร้องขอวีซ่า ที่สถานทูตจีนประจำประเทศไทย อย่างไรก็ตามการขอวีซ่าจีนเพื่อเดินทางเข้าทิเบต โดยลำพังอาจทำได้ยาก วิธีที่สะดวกคือการให้บริษัทช่วยดำเนินการ ระยะเวลาในการขอวีซ่า”โดยปกติคือ 2 – 3 วันทำการ

❖ ควรแลกเงินก่อนเดินทางหรือแลกที่สนามบินให้เรียบร้อยก่อน เพราะในทิเบตสามารถแลกเงินได้ที่ Bank of China เท่านั้น การชำระสินค้าหรือบริการจะใช้เงินสด ไม่นิยมใช้บัตรเครดิต

❖ ก่อนเดินทาง 1 เดือน ควรออกกำลังกาย เพื่อปรับสภาพร่างกายให้พร้อมควรทานอาหารประเภทผัก ผลไม้

❖ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง อย่าให้เจ็บป่วยหรือเป็นไข้ ก่อนวันเดินทาง

❖ สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคปอดและโรคความดัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง

ti10

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับเที่ยวไปเที่ยวทิเบต

❖ ยาหงจิ่งเทียน อันนี้เป็นยาจีน มีชนิดเม็ดและน้ำ เป็นยาที่นิยมใช้กันบนที่สูงอีกชนิดหนึ่งและได้ผลค่อนข้างดี

❖ ยาป้องกันและบรรเทาอาการเจ็บป่วยจากโรคการขึ้นที่สูง (Altitude sickness) เช่น Diamox โรคจากการขึ้นที่สูง คือกลุ่มอาการที่เกิดเนื่องจากการขึ้นไปอยู่ในพื้นที่ ที่สูงมากกว่าพื้นที่ทั่วไปมาก เช่น การขึ้นภูเขาสูง หรือไปอยู่ในประเทศที่อยู่ในแถบพื้นที่สูงๆ ของโลก

❖ อ๊อกซิเจนกระป๋อง ซึ่งมีอยู่ทั่วไปใน เมืองลาซา โดยหาซื้อได้จากโรงพยาบาลโรงแรม หรือตลาดในเมือง

❖ ครีมกันแดด ที่มีค่า SPF สูง ซันบล็อค , ครีมทาผิว และ ลิปบาล์ม เพื่อป้องกันผิวไหม้จากแสงแดดที่แผดเผาแรงและอากาศที่แห้งมาก

❖ แว่นกันแดด และ หมวก

❖ ผ้าพันแผล หรือ อุปกรณ์ทำแผลต่างๆ

ti12

 

เรื่องและภาพ : bebe pandaholiday team