อะไรคือสิ่งที่คุณอยากทำมากที่สุดในชีวิต? และคุณเคยเขียนสิ่งที่คุณอยากทำมากที่สุดลงไปบนกระดาษหรือเปล่า? หลายคนนั้นต่างมีจุดหมายที่แตกต่างกันไป แล้วเราก็เชื่อว่า คงมีหลายคนที่อยากออกไปท่องเที่ยวรอบโลกแน่นอน เพราะนอกจากจะได้เห็นในสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนแล้ว เราอาจจะได้ค้นพบจุดหมายของชีวิตจากการเดินทางก็ได้ และ 49 มหานคร แหล่งท่องเที่ยวที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ คือสถานที่ที่คุณจะต้องไปเห็นให้ได้ซักครั้งหนึ่งในชีวิต


1. เวนิซ ประเทศอิตาลี


มหานคร เวนีช

เราจะลืมเวนิซไปได้ยังไงกันล่ะ? ด้วยการที่เมืองนี้มีคลองที่สวยงาม ประกอบกับโบสถ์คาทอลิคที่ทอดยาวไปด้วยบ้านเรือนอันมีสีสันมีชีวิตชีวา และยังมีร้านไวน์น่านั่งดื่มเยอะแยะมากมาย อีกทั้งคนในพื้นที่ทั้งหมดนี้ก็เป็นกันเองสุดๆ ไม่มีที่ไหนจะดีไปกว่านี้แล้วล่ะ


2. เซบียา ประเทศสเปน


มหานคร เซบิยา สเปน

เราอาจจะเปรียบเทียบเมืองเซบียาว่าเป็นเพชรยอดมงกุฎแห่งจักรพรรดิสเปนแห่งนี้เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าคุณหรือนักท่องเที่ยวจะมาจากที่ไหนก็ตาม คุณสามารถชื่นชมความสวยงามของถนนในเมืองนี้ ซึ่งสองข้างทางนั้นจะมีดอกไม้สีส้มละลานตาไปหมด และยังมีปราสาทมัวร์ที่เป็นสถานที่เล่าเรื่องราวความเป็นมาของประเทศสเปนอีกด้วย


3. นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา


3 นิวยอร์ก usa

ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมนิวยอร์คแห่งนี้ถึงได้รับการขนานนามว่าเป็น ศูนย์รวมทุกสิ่งอย่างของโลก เพราะไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่คุณจะค้นหาศิลปะน่าตระการตา อีกทั้งยังมีวัฒนธรรม อาหาร และการทำธุรกิจ ทุกอย่างถูกรวบรวมให้อยู่ในนิวยอร์คที่นี่ที่เดียวเท่านั้น


4. ลาซา ประเทศจีน


4 ลาซา จีน

ลาซาเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบตที่นับถือศาสนาพุทธ แล้วยังมีเทือกเขาหิมาลัยที่ตั้งกับวัดวาอารามของชาวลาซาเรียงรายอยู่ และพระราชวังที่อยู่บนเทือกเขานั้นจะทำให้คุณไม่อาจลืมเลือนทัศนียภาพอันสวยงามของโลกใบนี้ไปได้เลย


5. รีโอเดจาเนโร ประเทศบลาซิล


5. รีโอเดจาเนโร ประเทศบลาซิล

สถานที่แห่งนี้มีเทศกาลเฉลิมฉลองให้กับรูปปั้นสัญลักษณ์ของชาติ นั่นก็คือรูปปั้นพระเยซู 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ตั้งตระง่านเฉียดเส้นขอบฟ้าอยู่บนยอดเขากอร์โกวา รีโอเดจาเนโรนี่แหละคือสิ่งที่สามารถทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีที่สุดอย่างหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว


6. ลอนดอน ประเทศอังกฤษ


6. ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์อันเลอค่า ถนนคนเดินที่มีชื่อเสียง และที่แห่งนี้ก็ยังเป็นศูนย์กลางการเงินของโลกที่คับคับอีกด้วย มันไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมลอนดอนถึงได้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีคนเข้าไปท่องเที่ยวมากที่สุด แล้วคุณจะรออะไรอยู่ล่ะ? ลอนดอนรอคุณอยู่นะ


7. มาร์ราคิช ประเทศโมรอคโค


8. เพตรา ประเทศจอร์แดน

เมื่อไหร่ที่ได้ก้าวเท้าเข้าไปสู่นครเมดิน่าแห่งมาร์ราคิชแล้วล่ะก็ คุณจะไม่มีวันลืมประสบการณ์อันแสนวิเศษนี้ไปได้เลยล่ะ เพราะทั้งสองข้างทางเดินนั้นประกอบไปด้วยสีสันของตลาดนัดกลางแจ้งของคนที่นี่ รวมทั้งสถาปัตยากรรมที่งดงามจนทำให้คุณต้องทึ่ง และทุกซอกมุมของตึกที่ร่ายล้อมคุณอยู่นั้นจะมีทาจีนอาหารของชาวมาร์ราคิชที่คุณต้องชิมให้ได้


8. เพตรา ประเทศจอร์แดน


7. มาร์ราคิช ประเทศโมรอคโค

คุณคงจะเห็นความยิ่งใหญ่ของเมืองโบราณมาแล้วมากมายหลายที่ แต่เพตราแห่งนี้คือหนึ่งในมหานครที่ขึ้นชื่อของเมืองโบราณบนโลกใบนี้ และได้รับการขนานนามว่าเป็นมหานครศิลาสีชมพู ด้วยการที่เพตราถูกสร้างขึ้นจากก้อนหินขนาดยักษ์ให้เป็นอนุสรณ์ที่ยิ่งใหญ่ในใจกลางเมืองพอดี ทำให้สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์อันน่าเหลือเชื่อของโลก


9. โรม ประเทศอิตาลี


9. โรม ประเทศอิตาลี

การที่คุณได้เดินอยู่ในโรมนั้นเปรียบเสมือนการเดินทางไปสำรวจพิพิธพันธ์ของโลกเลยก็ว่าได้ เพราะไม่มีเมืองไหนบนโลกใบนี้ที่จะมี ศิลปกรรมอันวิจิตร ตำรับอาหารเลิศรส และยังมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาแต่โบราณที่เล่าเรื่องราวของกรุงโรมให้เป็นเหมือนกับเมืองแห่งความอมตะเลยก็ว่าได้


10. พาราณสี ประเทศอินเดีย


10. พาราณสี ประเทศอินเดีย

พาราณสีได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของประเทศอินเดีย คุณจะได้เห็นแสงอาทิตย์ที่ส่องประกายลงสู่แม่น้ำคงคงที่พลุกพล่านเต็มไปด้วยผู้คน นักเดินทาง และคนท้องถิ่นของที่นี่ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะเป็นหนึ่งในภาพของความทรงจำที่คุณจะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว


11. ฟลอเร้นซ์ ประเทศอิตาลี


11. ฟลอเร้นซ์ ประเทศอิตาลี

ที่นี่แหละคือเมืองแห่งการฟื้นฟูศิลปะะวัฒนาธรรมในศตวรรษที่ 14-17 และฟลอเร้นซ์เป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมศิลปกรรมของโลกเอาไว้ได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ เราบอกได้เลยว่าที่นี่จะทำให้คุณทึ่งไปกับมหาวิหารที่สง่างาม ต้นตำรับอาหารของชาวอิตาเลี่ยน และที่แห่งนี้ยังร่ายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปอันงดงามที่สุด


12. ฮาวาน่า ประเทศคิวบา


12. ฮาวาน่า ประเทศคิวบา

การเดินเข้าไปท่องเที่ยวสำรวจเมืองฮาวาน่าแห่งนี้ก็เปรียบเสมือนกับการย้อนอดีตไปในช่วงเวลาของโลกก่อนช่วงปฏิวัติ ซึ่งคุณจะได้เห็นอาคารบ้านเรือนทรงโบราณ รถยนต์คลาสสิคสุดหรูที่วิ่งบนท้องถนน และที่จะขาดไม่ได้เลยก็คืออาหารเลิศรสแบบโฮมเมดที่ผสมความอร่อยอย่างลงตัวเอาไว้ให้คุณได้ลิ้มลอง


13. โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น


13. โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ครั้งหนึ่งโตเกียวเคยเป็นมหานครแห่งอำนาจของประเทศญี่ปุ่น ที่แห่งนี้จะทำให้คุณหลงใหลไปกับการเดินสำรวจความสวยงามของบ้านเรือน สวน และปราสาทราชวังของคนที่นี่ โตเกียวจะเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมา และวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี


14. เยรูซาเล็ม ประเทศอิสราเอล


14. เยรูซาเล็ม ประเทศอิสราเอล

เยรูซาเล็มคือศูนย์รวมวัฒนธรรม ตำรับอาหาร และความเชื่อ ไม่มีที่ไหนที่จะมีหลักฐาน และเส้นทางการเดินทางไปสู่เมืองเก่าอย่างที่นี่อีกแล้ว เยรูซาเล็มแห่งนี้ก็เป็นบ้านเกิดของบุคคลอันทรงคุณค่าของโลก และเยรูซาเล็มจะเป็นสถานที่ที่รอบอกเล่าถึงเหตุการณ์ความเป็นมาในประวัติศาสตร์เอาไว้ให้คุณได้รับรู้


15. ปารีส ประเทศฝรั่งเศส


15. ปารีส ประเทศฝรั่งเศส

เมืองแห่งสีสันที่นี่ มีพิพิธภัณฑ์อันน่าตื่นเต้น น่าค้นหา มีหอคอยที่สวยงาม และร้านอาหารที่เรียงรายกันอยู่มากมาย ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงถูกยกให้เป็นเมืองอันแสนจะโรแมนติกที่สุดในโลก


16. ปักกิ่ง ประเทศจีน


16. ปักกิ่ง ประเทศจีน

สถานที่ที่บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมา และวัฒนธรรมของประเทศจีนก็คือปักกิ่ง อีกทั้งที่นี่ยังเป็นเมืองอันน่าเกรงขามที่สุดของโลกอีกด้วย แล้วยังมีพระราชวังต้องห้าม และกำแพงเมืองจีนบนยอดเขาที่คุณจะต้องทึ่งเมื่อได้เห็นแน่นอน


17. ลาลิเบรา ประเทศเอธิโอเปีย


17. ลาลิเบรา ประเทศเอธิโอเปีย

ลาลิเบราได้ถูกเรียกว่าเป็นเมืองอันศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของประเทศเอธิโอเปีย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเพราะความโดดเด่นไม่เหมือนใคร นั่นก็คือการสร้างโบสถ์คริสต์อันน่าทึ่งด้วยหินก้อนใหญ่นั่นเอง


18. กรานาดา ประเทศสเปน


18. กรานาดา ประเทศสเปน

อาณาจักรละตินอเมริกาผืนนี้มีชื่อเสียงมาจากการที่มีพระราชวังอัลแฮมบรา และถนนที่สร้างขึ้นด้วยหินกรวดนับล้านก้อนในเมืองเก่าอย่างอัลบายซินนั่นเอง เราสามารถบอกได้เลยว่าอัลบายซินแห่งนี้มีมนต์สะกดที่จะทำให้คุณหลงใหลเมืองอันสวยงามอย่างกรานาดาของยุโรปแห่งนี้เป็นอย่างแน่นอน


19. เอเธนส์ ประเทศกรีซ


19. เอเธนส์ ประเทศกรีซ

ป้อมปราการอะโครโพลิสคือหนึ่งในสถานที่ของเอเธนส์ที่คนอยากไปมากที่สุด ด้วยการที่ท้องถนนแต่ละเส้นนั้นมีดอกไม้สีสันสวยงามร่วงโรยให้เมืองนี้เป็นเหมือนเมืองแห่งความฝัน และยังมีพิพิธภัณฑ์อันน่าอัศจรรย์ที่ทำให้เอเธนส์แห่งนี้ดูมีคุณค่ามหาศาล และเป็นมากกว่าเมืองโบราณที่ถูกล่มสลายไปแล้ว


20. พุกาม ประเทศพม่า


20. พุกาม ประเทศพม่า

ไม่มีที่ไหนบนโลกที่สวยงามในตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้นอย่างบากันอีกแล้วล่ะ และหลายคนก็ยกให้ที่นี่เป็นเมืองที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งตอนพระอาทิตย์ขึ้น คุณลองคิดดูสิว่าแสงแรกจากดวงอาทิตย์ของวันนั้นจะเผยให้เห็นเจดีย์โบราณเรียงรายกันจนสุดลูกหูลูกตา มันจะสวยงามมากขนาดไหน และเราอาจจะบอกได้ว่าที่นี่คือเมืองแห่งทะเลเจดีย์เลยก็ว่าได้


21. กาดมันดู ประเทศเนปาล


21. กาดมันดู ประเทศเนปาล

กาดมันดูแห่งนี้คือประตูสู่ดินแดนหิมาลัยอันสูงส่ง ที่ประกอบไปด้วยผู้คนมากมายที่นับถือศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธอาศัยอยู่ด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่มีมนต์เสน่ห์อันไม่เสื่อมคลาย และเป็นเมืองที่มีสีสันสวยงามมากที่สุดบนโลก แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ สร้างความเสียหายให้กับนครแห่งนี้เป็นอันมาก แต่ได้มีหลายฝ่ายเข้าไปช่วยบูรณะเมืองให้กลับมาเป็นสภาพเดิม หวังว่าอีกไม่นาน เมืองท่องเที่ยวสุดสวยของเนปาลแห่งนี้ จะกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกครั้ง


22. นครวาติกัน วาติกัน


22. นครวาติกัน วาติกัน

ที่เรารู้จักกันดีในนามของการเป็นเย้าเยือนของชาวคริสต์โรมันคาทอลิค ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นเพียงแค่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมนครวาติกันแห่งนี้ แต่รับรองว่าความสวยงามของมหาวิหารเซ็นปีเตอร์นั้นจะทำให้คุณตะลึงกับความอลังการของเมืองแห่งนี้ และหลงรักที่นี่อย่างแน่นอน


23. ลิชบัว ประเทศโปรตุเกส


056089085085086X0302Y067100F000000000

ลิชบัวเป็นสถานที่ที่มีความเป็นธรรมชาติทุกอย่างที่คุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็น แสงอาทิตย์อันอบอุ่น น้ำทะเลสีใส และเมืองโบราณอันแสนจะโรแมนติกท่ามกลางแสงอาทิตย์ นอกจานี้คุณสามารถเดินเที่ยวต่อไปในเมืองสีสันอย่างเชียโด และอัลฟามา โดยทั้งสองเมืองก็เป็นเมืองเก่าแก่ของลิชบัวที่คุณต้องได้เข้าไปสัมผัส


24. อิสตันบูล ประเทศตุรกี


Istanbul the capital of Turkey, eastern tourist city.

ใช่แล้ว…คุณได้ยินไม่ผิดหรอก อิสตันบูลนี่แหละที่เป็นอาณาเขตของตะวันออก และตะวันตกมาบรรจบกัน ไม่เพียงเท่านี้ เมืองที่สวยงามแห่งนี้ยังมีตลาดขายของที่คึกคักไปด้วยผู้คน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้เมืองนี้ก็ยังเป็นเหมือนเมืองที่ไม่เคยหลับใหลตลอดมา


25. ฮอยอัน ประเทศเวียดนาม


Hoi An, Vietnam

ฮอยอันแห่งนี้คือท่าเรือประวัติศาสตร์ของชาวเวียดนาม โดยองค์กร UNESCO ได้ยกให้ที่นี่เป็นเมืองเก่าเมืองแก่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมที่แตกต่างเข้าด้วยกันนั่นก็คือ ญี่ปุ่น เวียดนาม และส่วนหนึ่งก็มาจากวัฒนธรรมชาวยุโรปด้วยเช่นกัน และสิ่งที่คุณจะพลาดไม่ได้นั่นก็คืออาหารเลิศรสประจำชาติของคนเวียดนามนั่นเอง


26. อัมสเตอดัม ประเทศเนเธอแลนด์


Canal. Amsterdam. Netherland

อัมสเตอดัมได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ชาวเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลก อีกทั้งชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวทั้งหลายยังให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก เมื่อไหร่ที่ไปถึงคุณจะต้องไปเที่ยวย่านของคนที่ชอบสีสันในตอนกลางคืนชื่อดัง และอย่าลืมแวะชมพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะของที่นี่ด้วยล่ะ


27. ลักซอร์ ประเทศอียิปต์


27. ลักซอร์ ประเทศอียิปต์

แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลกอย่างแม่น้ำไนล์ถูกตั้งอยู่ที่นี่ และลักซอร์ก็คือเมืองโบราณที่สวยงามที่สุดของประเทศอียิปต์ อีกทั้งยังมีเมืองคาร์นัก และอดีตเมืองหลวงโบราณในสมัยก่อนอย่างเมืองธีบส์ ทั้งหมดนี้ทำให้คนที่ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์จะต้องคลั่งใคล้หลงใหลที่นี่เป็นอย่างมาก


28. เบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี


28. เบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี

มีไม่กี่เมืองเท่านั้นที่มีบทบาทสำคัญกับสถานการณ์ของโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างกรุงเบอร์ลิน ด้วยการที่เมืองนี้มีมนต์เสน่ห์ของวิถีชีวิตตอนกลางคืน อีกทั้งยังมีร้านอาหารที่ตกแต่งไปด้วยสีสันอันมีชีวิตชีวา ทุกสิ่งทุกอย่างของสถานที่แห่งนี้ทำให้ที่นี่กลายเป็นเมืองที่น่าตื่นเต้น ค่าค้นหามากที่สุดของประเทศยุโรปสมัยใหม่


29. ไจเปอร์ ประเทศอินเดีย


29. ไจเปอร์ ประเทศอินเดีย

ไจเปอร์คือเมืองหลวงของรัฐราชฐานในประเทศอินเดีย อีกทั้งยังเป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของชาวอินเดียหลายล้านคน ไม่ว่าจะมองไปที่ไหนเราก็จะเห็นพระราชวัง และสวนของชาวอินเดียที่มีความสวยงามน่าตื่นเต้นไปซะหมดทุกที่ และที่นี่ยังเป็นส่วนหนึ่งของสามเหลี่ยมทองคำอินเดียชื่อดังที่ตั้งอยู่ระหว่างทัชมาฮาล และกรุงนิวเดลีอีกด้วย


30. ลียง ประเทศฝรั่งเศส


30. ลียง ประเทศฝรั่งเศส

สถานที่แห่งนี้แหละที่จะพาคุณกลับไปช่วงยุคโรมัน อีกหนึ่งในสถานที่สำคัญนั่นก็คือเมืองแฟตต์ เดอ ลูเมียร์ เมืองนี้ถูกร่ายล้อมไปด้วยสวนหย่อม โบสถ์หลังใหญ่ ถนนหลากหลายเส้นทางที่ตกแต่งไปด้วยแสงไฟอันมีชีวิตชีวานับร้อยพัน


31. โออา ประเทศกรีซ


31. โออา ประเทศกรีซ

โออาเป็นเมืองแห่งหนึ่งที่โด่งดังมากที่สุดบนเกาะซานโตรินีของประเทศกรีซ แล้วอย่างที่เรารู้กันดีว่ารูปภาพบ้านหลังสีฟ้าขาวหลายพันหลังที่ทอดยาวลงสู้ท้องทะเลบนแผ่นโปสการ์ดนั้นก็มาจากเกาะแห่งนี้นั่นเอง


32. เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา


32. เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา

ขณะที่คนส่วนมากมาที่นี่เพื่อมาดูเมืองเก่าแก่อย่างนครวัด แต่คุณรู้ไหมว่าที่นี่ก็ยังเป็นสวรรค์บนดินของนักเดินทางทั้งหลาย แล้วยังมีอาหารรสชาติยอดเยี่ยมที่ทำให้เสียมเรียบแห่งนี้กลายเป็นจุดหมายที่ใครหลายคนจะต้องมาเยือนให้ได้เลยทีเดียว


33. เวียนนา ประเทศออสเตรีย


Vienna Hofburg Imperial Palace at night, - Austria

มหานครอันยิ่งใหญ่แห่งนี้คือสถานที่ที่ร่ายล้อมไปด้วยพระราชวังที่สวยที่สุด อีกทั้งยังมีสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และร้านกาแฟน่านั่งมากมายหลายร้าน แล้วเวียนนาแห่งนี้ยังได้เป็นสถานที่ที่ได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกอีกด้วย


34. คัสโก ประเทศเปรู


Sunset Over Cusco

คัสโกแห่งนี้ถูกขนาบไปหุบเขาอันเดส และภูเขามาชูปิกชูที่มีชื่อเสียงก้องไปทั่วโลก แล้วยังได้เป็นเมืองมรดกของโลกที่ล้อมไปด้วยวัดวาอารามในสมัยประวัติศาสตร์ และบ้านเมืองที่ยิ่งใหญ่ในยุคล่าอาณานิคมให้คุณได้เข้าไปเดินสำรวจให้เห็นด้วยตาเลยล่ะ


35. การ์ตาเฮนา ประเทศโคลัมเบีย


35. การ์ตาเฮนา ประเทศโคลัมเบีย

เมืองล่าอาณานิคมอย่างการ์ตาเฮนาบนชายฝั่งแคริบเบียนของประเทศโคลัมเบียแห่งนี้มีเรื่องเล่าของผู้บุกเบิก โจรสลัด และตำนานแห่งกษัตริย์ มาให้คุณได้เดินเข้าไปสำรวจด้วยตัวของคุณเอง อีกทั้งยังได้เป็นเมืองเก่าแก่ที่ UNESCO ได้ยกย่องให้เป็นเมืองแห่งมนต์เสน่ห์ที่คุณมาเยือนแล้วจะไม่วันผิดหวังกับความสวยงามของที่นี่เป็นอย่างแน่นอน


36. แซนซิบาร์ ประเทศแทนซาเนีย


36. แซนซิบาร์ ประเทศแทนซาเนีย

เมืองเก่าแก่อย่างแซนซิบาร์คือหนึ่งในจุดหมายที่ใครๆ ก็อยากไปเยือนให้ได้ซักครั้ง เพราะที่นี่มีชายหาดสีขาวที่ผสมผสานสีสัน มนต์เสน่ห์ ของอารยธรรมระหว่างแอฟริกัน อาหรับ และโปรตุกีสเข้าด้วยกันให้คุณได้เข้ามาเยี่ยมชมนั่นเอง


37. แม็กซิโก ประเทศแม็กซิโก


37. แม็กซิโก ประเทศแม็กซิโก

ใครจะรู้ล่ะว่าแม็กซิโกแห่งนี้คือเมืองที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง ของผู้คนมากกว่า 20 ล้านกว่าคน เมื่อคุณได้เข้าไปเยือนที่แห่งนี้จะได้เห็นสถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่องราวของอารยธรรมอันสวยงาม และจะได้ชิมอาหารเลิศรสของที่นี่อีกด้วย


38. ประเทศสิงคโปร์


38. ประเทศสิงคโปร์

ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือว่าพักร้อนแล้วล่ะก็ สิงคโปร์คือหนึ่งในสถานที่ที่คุณจะต้องไปสัมผัสซักครั้ง คุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของชาวอินเดีย ผสมกับ จีน และชาวมาเลเชีย นอกจากนี้คุณจะได้ลิ้มลองรสชาติของอาหารริมทางจากทุกมุมโลกที่รวมอยู่ในสถานที่เดียวกันแห่งนี้


39. ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา


39. ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา

สถานที่ท่องเที่ยวอันมีแสง สี เสียงเป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยว และผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาแห่งนี้ เป็นที่ที่คุณจะหาเมืองไหนมาเปรียบเทียบไม่ได้อีกแล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่เน้นให้ความสะดวกสบาย ร้านอาหารเลิศรส หรือแม้แต่จะเป็นบ่อนคาสิโนติดอันดับชื่อดังก็อยู่ในเมืองลาสเวกัสที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้


40. ซามักร์แคนด์ ประเทศอุซเบกิสถาน


40. ซามักร์แคนด์ ประเทศอุซเบกิสถาน

ซามักร์แคนด์ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์การค้าแลกการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีศูนย์การเรียนแบบชาวอาหรับ และมีเรกิสถานที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบอิสลามที่สวยที่สุดในโลกล้อมรอบอยู่ทั้งเมือง หรือเราอาจจะบอกได้เลยว่าสัญลักษณ์ของอุซเบกิสถานก็คือเรจิสถานในเมืองซามักร์แคนด์นี่เอง


41. ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย


41. ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

เมื่อพูดถึงซิดนีย์สิ่งที่คุณจะนึกถึงนั่นก็คือสัญลักษณ์อันขึ้นชื่ออย่างโอเปร่าเฮ้าส์ใช่ไหมล่ะ? ซิดนีย์เป็นเมืองที่เรารู้จักกันดี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผสมผสานกันระหว่างวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมือง แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้ จนคนทั้งโลกไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซิดนีย์แห่งนี้ถึงได้เป็นหนึ่งในเมืองที่ดีที่สุดในโลก


42. ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอเนีย


42. ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอเนีย

เราจะลืมซานฟรานซิสโกไปได้ยังไง ก็เพราะที่นี่มีตึกอาคารทรงโบราณ แล้วยังมีสวนสารธาณะให้คุณได้เดินรอบเมือง แล้วยังมีต้นตำรับอาหารที่อร่อยที่สุด เราไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมที่แห่งนี้ถึงบ่งบอกความเป็นอเมริกันแบบตะวันตกได้ดีที่สุด


43. มงแซงมิเชล ประเทศฝรั่งเศส


Mont Saint Michel

จากนักท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านคนได้พิสูจน์แล้วว่าสถานที่แห่งนี้ทั้งสงบ และโรแมนติกมากเลยทีเดียว เพราะที่นี่คือสิ่งมหัสจรรย์แห่งยุโรป และมงแซงมิเซลนี่แหละที่เป็นมหาวิหารกลางน้ำบนเกาะนอร์มังดีอันแสนสงบของประเทศฝรั่งเศษที่รอให้คุณได้เข้าไปเยี่ยมชม


44. ดูบรอฟนิก ประเทศโครเอเชีย


44. ดูบรอฟนิก ประเทศโครเอเชีย

กำแพงเมืองของดูบรอฟนิกคืออัญมนีอันล้ำค่าของผู้คนที่นี่ และดูบรอฟนิกเองก็ยังเป็นเมืองเก่าแก่ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในมรดกของโลกที่งดงามมากที่สุดของยุโรป แล้วที่เราจะลืมไม่ได้นั่นก็คือการนั่งชมวิวของทะเลอันสวยงามบนเกาะแห่งนี้


45. กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย


Wat Arun (Temple of Dawn), Bangkok, Thailand

ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารมที่ร่ายล้อมเมือง หรือจะเป็นตลาดที่ค้าขายสินค้านานาชนิด แม้กระทั่งแหล่งรวมสถานบันเทิงของคนกลางคืนอย่างไนต์คลับหลากหลายแบบก็อยู่ที่นี่ กรุงเทพมหานครแห่งนี้มีทุกอย่างที่คุณต้องการ อันที่จริงแล้วที่นี่ก็เสมือนกรุงลอนดอนที่น่าเที่ยวมากที่สุดเลยล่ะในปี 2013 นั่นเอง


46. บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา


46. บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา

บัวโนสไอเรสเปรียบเสมือนกับเมืองปารีสของอเมริกาใต้นั่นเอง เมืองนี้ประกอบไปด้วยถนนใหญ่ที่เชื่อมต่อตัวเมืองไปยังนอกเมือง และยังมีแทงโก้คลับในเขตบาร์ริโอ ลา บาโค ให้คุณได้สัมผัสสีสันของชีวิตกลางคืนในเมืองบัวโนสไอเรสแห่งนี้อีกด้วย


47. แอนติกัว กัวเตมาลา


English Harbour, Antigua

ประเทศกัวเตมาลา คำๆ เดียวที่เราจะใช้อธิบายถึงแอนติกัว กัวเตมาลาแห่งนี้ก็คือ ดินแดนอันแสนมหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถเดินเข้าไปสำรวจเมืองที่เต็มไปด้วยโบราณสถานสำคัญมากมายแห่งนี้ได้ อีกทั้งยังมีโบสถ์เก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลมาจากอารยธรรมในยุคล่าอาณานิคมให้คุณได้เยี่ยมชม ที่เหนือไปกว่านั้นก็คืออินติกัวแห่งนี้อยู่ท่ามกลางภูเขาไฟ 3 ลูก ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนคุณก็สามารถมองเห็นภูเขาไฟจากระเบียงห้องของตัวเองได้เลย


48. ปราก สาธารณรัฐเช็ก


48. ปราก สาธารณรัฐเช็ก

ที่นี่คือศูนย์รวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง และต้นตำรับอาหารเลิศรส ทั้งหมดเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นให้กรุงปรากคือสถานที่อันน่าท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก และนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาความงดงามของชาติยุโรปกลางอยู่นั้นจะต้องไม่พลาดที่จะมาเยือนกรุงปรากแห่งนี้


49. บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี


49. บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี

ในเวลาหลายปีที่ผ่านมาได้มีจักรสรรดินับไม่ถ้วนที่ได้เข้ามาปกครองเมืองบูดาเปสต์แห่งนี้ สิ่งที่หลงเหลืออยู่ให้เห็นทั้งหมดนั้นก็คือร่องรอยของศิลปะวัฒนธรรมในเมืองที่ถูกตั้งให้เป็นสถานที่อันงดงามมากที่สุดในยุโรป ที่มาพร้อมกับฉากสถานบันเทิงยามค่ำคืนอันน่าหลงใหล อีกทั้งยังมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ยังเหลืออยู่มาให้คุณได้สัมผัส และนี่คือสูตรตำรับแห่งความสุขทั้งหมดของการท่องเที่ยวที่คุณจะได้รับจากการได้เข้ามาเยือนเมืองบูดาเปสต์แห่งนี้


50. กรุงโซล ประเทศเกาหลี


มหานคร กรุง โซล

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศเกาหลีใต้ได้รับการจับตามองจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทั้งเรื่องของวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งช้อปปิ้ง และ Kpop ที่ฮิตไปทั่วโลกจากกระแสเพลงดังต่างๆที่แผยแพร่สู้ชาวโลก . . . นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งช้อปปิ้งที่ถูกจัดการเป็นอย่างดีเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งได้สัมผัสกับโบราณสถาน และ วัฒนธรรม อันน่าทึ่งคนของเกาหลีที่กรุงโซล

ขอขอบคุณ : amazingthaisea