ซีอาน เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซีอานเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของโลกเมืองหนึ่ง มีความหมายว่า “ความสงบสุขทางตะวันตก” ในอดีตมีชื่อว่า ฉางอาน” ที่หมายถึง “ความสงบสุขนิรันดร” เป็นเมืองหลวงของมณฑลส่านซี ในอดีต ซีอานได้เป็นเมืองหลวงของ 13 ราชวงศ์ รวมทั้ง โจว ชิน ฮั่น และ ถัง อีกทั้งยังเป็นเมืองปลายทางของเส้นทางสายไหม เป็นเมืองที่เจริญและใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อประมาณ 1,500 ปีที่แล้ว เป็นศูนย์กลางของการค้า การศึกษา และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของซีกโลกตะวันตกและตะวันออก ในปัจจุบันซีอานก็ยังติด 1ใน 10 เมืองใหญ่ของจีน

สถานที่ท่องเที่ยวในซีอาน

► สุสานเฉียนหลิง เป็นสุสานเพียงหนึ่งเดียวในประเทศจีน ที่ได้ฝังร่างฮ่องเต้จีนไว้ถึง 2 พระองค์ อันได้แก่ฮ่องเต้ถังเกาจง และจักรพรรดินี ผู้โด่งดัง บูเช็กเทียน ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเฉียนห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 80 กิโลเมตรของเมืองซีอาน มณฑลส่านซี และนับเป็นสุสานฮ่องเต้เพียงแห่งเดียวในประเทศจีน ที่ไม่เคยถูกขโมยขุดมาก่อน สุสานถังเฉียนหลิง ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดแห่งสุสานราชวงศ์ถัง ตำหนักล่างจัดเป็นสถานที่ที่ใช้เซ่นไหว้ดวงวิญญาณเจ้าของสุสาน โดยในรัชสมัยของฮ่องเต้ถังไท่จงหรือที่รู้จักในนามหลี่ซื่อหมิน ได้เรียกตำหนักล่างว่าห้องบรรทม ภายหลังเมื่อถูกไฟเผาได้มีการย้ายห้องเซ่นไหว้ลงไปด้านล่างของภูเขา จึงถูกขนานนามว่าตำหนักล่าง ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีของส่านซีได้ระบุว่า “จากสิ่งที่ค้นพบทำให้สามารถคาดเดาถึงสิ่งที่ถูกฝังไปในสุสานได้มากกว่า 70% ซึ่งคาดว่า สุสานเฉียนหลิงน่าจะเต็มไป ด้วยของล้ำค่าในสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งเคยมีนักโบราณวัตถุประเมินไว้ว่า ในสุสานนี้น่าจะมีโบราณวัตถุที่มีค่าสะสมอยู่ไม่น้อยกว่า 500 ตัน” ► ลั่วหยาง ตั้งอยู่ภาคตะวันตกของมณฑลเหอหนาน ซึ่งอยู่ในภาคกลางของจีน ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของทั้งเก้าทวีป ลั่วหยางเป็นแหล่งกำเนิดทางอารยธรรมที่สำคัญของประชาชาติจีนในสมัยโบราณเมืองหนึ่ง และเนื่องจางลั่วหยางตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำลั่วเหอ ดังนั้น เมืองลั่วหยาง จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีชื่อเสียงทางด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เป็นชุดแรก เมืองลั่วหยางได้ถูกสถาปนาเป็นเมืองหลวงตั้งแต่สมัยราชวงศ์เซี่ย ซึ่งเป็นราชวงศ์ยุคแรกของจีนและราชวงศ์ต่อมาอีก 13 ราชวงศ์ เมืองลั่วหยางจึงเป็นเมืองหลวงแห่งแรกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดของประเทศจีนเมืองลั่วหยางมีสถานที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ได้แก่ ถ้ำหินหลงเหมิน , วัดไป๋หม่า , พิพิธภัณฑ์สุสานโบราณ , สวนโบตั๋นราชธานี , จัตุรัสราชธานี ในขณะเดียวกัน เมืองลั่วหยางก็ยังเป็นชุมทางสายรถไฟด้วย เช่น รถไฟสายหลงไห่ , รถไฟสายเจียวหลิ่ว เป็นต้น ► เทศกาลดอกโบตั๋นบานเมืองลั่วหยาง ดอกโบตั๋น หรือ หมู่ตาน เป็นดอกไม้ที่มีความหมายพิเศษสำหรับชาวจีน โดยนับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ชาวจีนส่วนใหญ่ถือว่า โบตั๋น เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศจีน เพราะนอกจากจะมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จีนแล้ว ยังเป็นที่นิยมและมีปลูกกันอย่างแพร่หลาย ประวัติศาสตร์แหล่งกำเนิดของดอกโบตั๋นในประเทศจีนก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด บ้างว่าพระนางบูเช็กเทียนนำดอกไม้ชนิดนี้มาจากบ้านเกิด บ้างว่านำมาจากจิงโจว ตำนานเล่ากันว่า ครั้งหนึ่งกลางฤดูหนาว พระนางบูเช็กเทียนอยากชมดอกไม้ จึงออกคำสั่งให้ดอกไม้ทั้งหมดในเมืองฉางอานบาน ด้านเทพดอกไม้ต่างๆ เมื่อได้ยินดังนั้นก็ตกใจกลัว พากันบานโดยพร้อมเพรียง จะมีแต่ก็เพียงเทพเจ้าดอกโบตั๋น เท่านั้นที่ขัดขืนไม่ยอมบาน เนื่องจากเห็นว่ายังไม่ถึงฤดูกาล หากดอกโบตั๋นบาน ก็จะเป็นการผิดกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ด้านพระนางบูเช็กเทียนเมื่อเห็นว่าดอกโบตั๋น ไม่ยอมบาน จึงสั่งให้ขุนนางเอาไฟไปเผาที่ต้นเสีย จนดอกโบตั๋นต้องยอมบาน เรื่องนี้เป็นตำนานที่เล่ากันต่อๆ มา ถึงสาเหตุที่ว่าทำไมก้านดอกโบตั๋น จึงแห้งและมีสีเข้มเหมือนถูกไฟเผา ดอกโบตั๋นจะออกดอกและบานในช่วงเดือนเมษายน ดอกโบตั๋นดอกหนึ่งจะมีอายุการผลิบานอยู่ราว 7-10 วัน ดอกโบตั๋นสำหรับชาวจีน นอกจากจะมีความหมายที่เป็นดอกไม้ประจำชาติแล้ว เนื่องจากความใหญ่อลังการของลักษณะดอก ยังทำให้โบตั๋นเป็นสัญลักษณ์ถึงความเป็นผู้ดี ความร่ำรวยและฐานะอันสูงส่ง ในช่วงเดือนเมษายน ประมานวันที่ 5 – 25 เมษายน (ตรงกับช่วงเทศการสงกรานต์ของไทย) ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลดอกโบตั๋นบาน ณ เมืองลั่วหยาง ► กองทัพทหารดินเผาฉินสื่อหวงปิงหมาหย่ง แปลว่า หุ่นทหารและม้าของจักรพรรดิ์ฉิน นี้คือฮวงซุ้ยของจักรพรรดิจีนฉินสื่อหวงแห่งราชวงศ์ฉิน ตั้งอยู่ที่ตำบลหลินถง ห่างจากเมืองซีอาน มณฑลฉ่านซี ประเทศจีน ถูกค้นพบโดยบังเอิญเมื่อ 29 มีนาคม พ.ศ. 2517 โดยชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ชื่อ หยางจื้อฟา ในขณะที่ขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ บริเวณเชิงเขาหลีซาน ห่างจากตัวเมืองซีอาน ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 35 กม โดยในระหว่างที่ขุดนั้น ก็บังเอิญพบกับซากของทหารดินเผา ที่ทราบภายหลังว่ามีอายุมากกว่า 2,000 ปี รัฐบาลจีนได้ขุดค้นพบวัตถุโบราณที่เป็นกองทัพทหารดินเผา สรรพาวุธ รถม้าและม้าศึก จำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,400 ชิ้น ภายในบริเวณพื้นที่หลุมสุสานกว่า 25,000 ตร.ม. มีการคาดคะเนว่าอาณาเขตของสุสานฉินสื่อหวงจะมีพื้นที่มากกว่า 2,180 ตร.กม. สุสานฉินสื่อหวงได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2530 cr. : https://pixabay.com ► ศาลไคฟง อำเภอไคเฟิง หรือไคฟง(Kaifeng) แห่งเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน เพราะเมืองนี้ในอดีตนอกจากจะเคยเป็นเมืองหลวงแล้ว ยังมี “ศาลไคฟง” ที่เป็นถิ่นพำนักอาศัยของ “เปาบุ้นจิ้น” ยอดคนคุณธรรมแดนมังกร ซึ่งเคยใช้ศาลไคฟง ตัดสินคดีความจนมีชื่อเสียงโด่งดังกระฉ่อนโลก เปาบุ้นจิ้น หรือชื่อจริงในภาษาจีนว่า “เปาเจิง” เป็นชาวเมืองเหอเฝย (ปัจจุบันเหอเฝยเป็นจังหวัดหนึ่งในมณฑลอันฮุย) มีชีวิตอยู่ในรัชสมัยของเจินจงฮ่องเต้และเหรินจงฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์ซ่งเหนือ (ค.ศ.960-1127) เคยรับราชการ เป็นนายอำเภอ เป็นเจ้าเมือง เป็นผู้ตรวจราชการแผ่นดินและดำรงตำแหน่งสูงสุด เป็นรองประธานเมืองจีน ช่วงที่มีชีวิตอยู่ ท่านเปาฯ นับเป็นยอดขุนนางตงฉิน ที่ฉลาดปราดเปรื่อง ซื่อสัตย์สุจริต และเต็มเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลขุนนางกังฉินและเชื้อพระวงศ์ จนคนจีนยุคนั้นยกย่องว่า แม้แต่ยมบาลก็ติดสินบนซื้อท่านเปาบุ้นจิ้น ไม่ได้” ศาลไคฟง เปิดให้ชมทุกวัน 9.00-18.00 น. ค่าเข้าชม 35 หยวน ► ถ้ำหินหลงเหมิน มีอายุราว 1,500 ปี เริ่มก่อสร้างในรัชสมัยเว่ยเหนือ ค.ศ. 494 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างบูรณะ และต่อเติมยาวนานถึง 400 กว่าปี จนถึงยุคราชวงค์ถังและซ่ง มีความยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันยังคงหลงเหลือถ้ำผาแกะสลักอยู่จำนวน 2,100 กว่าคูหา โพรงแท่นบูชา 2,345 ช่อง ศิลาจารึกสลักอักษรจีนและหมายเหตุบันทึกต่างๆ อีก 3,600 กว่าหลัก รวมถึงเจดีย์พุทธ 50 กว่าแห่ง พระพุทธรูปสลักมากกว่า 100,000 องค์ องค์ใหญ่สูงสุด 17 เมตร องค์เล็กสุด เพียงแค่ 2 ซ.ม. ถ้ำผาหลงเหมินได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 24 เมื่อปี พ.ศ. 2543 เป็นถ้ำหิน 1 ใน 3 ถ้ำใหญ่ ที่มีการแกะสลักของประเทศจีน ถ้ำหินหลงเหมินนั้น เป็นตัวแทนศิลปะหินสลักยอดเยี่ยมที่สุดของจีน โดยเฉพาะในยุคศาสนาพุทธรุ่งเรืองที่สุดของราชวงศ์ถังท่านจักรพรรดินีบูเช็คเทียนได้มอบทุนทรัพย์ในการสร้างและตกแต่งพระพุทธรูปบริเวณหน้าผาไว้อย่างงดงามและอลังการณ์โดยช่างฝีมือ ได้จำลองหน้าตาของท่านมาสร้างเป็นพระพุทธรูปเอาไว้ให้ชนรุ่นหลังได้มีโอกาสได้ยลโฉมพระพักต์อันงดงามของท่าน

ภูมิอากาศของซีอาน

► ฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม เป็นอีกช่วงหนึ่งที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย ช่วงเดือนมีนาคมอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิจะเริ่มอุ่นขึ้น เมื่อเข้าช่วงกลางเดือนเมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ19 องศาเซลเซียส ► ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม อากาศจะค่อนข้างร้อนสักเล็กน้อย ช่วงนี้อุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเซลเซียส ควรจะพกครีมกันแดดติดตัวไปด้วย ► ฤดูใบไม้ร่วง ตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคม ช่วงนี้ถือเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากอากาศเย็นสบายและได้เจอทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสี มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 18 องศาเซลเซียส ► ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ โดยมีอุณหภูมิสูงเฉลี่ยประมาณ 3 องศาเซลเซียส ซึ่งในเดือนมกราคมจะหนาวที่สุดของปี เฉลี่ยประมาณ 0 องศาเซลเซียส สถานที่ท่องเที่ยวถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เรื่องและภาพ : B Panda Team